หลายคนคงย้อนดูรูปสถานที่โปรดที่เคยไป โดยหวังว่าหากสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 มีแนวโน้มที่ดีขึ้นคงต้องกลับไปเยือนให้ได้อีกครั้ง แต่รู้หรือไม่ว่าแลนด์มาร์คหรือสถานที่ท่องเที่ยวอันโด่งดัง เป็นจุดหลักที่ทำให้เกิดวิกฤต “นักท่องเที่ยวล้น” และส่งผลต่อสภาพแวดล้อมเป็นอย่างมาก

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

     บนโลกของเรายังมีสถานที่สวยงามอีกมากมายที่รอให้ได้ค้นพบ หลายสถานที่อยู่ไม่ห่างจากแลนด์มาร์คสำคัญ แต่ยังคงเต็มไปด้วยกลิ่นอายประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม บางสถานที่ยังหลงเหลือชนเผ่าพื้นเมืองเพื่อรอแลกเปลี่ยนความรู้และวัฒนธรรม 

     การท่องเที่ยวยังสถานที่เหล่านี้ มีส่วนช่วยในการเปลี่ยนโลกได้ เพราะจะช่วยลดปัญหาการกระจุกตัวของ “นักท่องเที่ยวล้น” ที่ส่งผลต่อสภาพแวดล้อมโลก

1. กีออจจา, อิตาลี

     ย่านกรุงเก่าใกล้เมืองเวนิซแต่นักท่องเที่ยวไม่พลุกพล่าน รู้จักกันในชื่อ “Little Venice” เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมและกลิ่นอายประวัติศาสตร์จากอดีต กิจกรรมที่ต้องห้ามพลาดเมื่อไปถึงคือการ “ปั่นจักรยานชมเมือง”

2. อุทยานแห่งชาติชิมันอีมานิ, ซิมบับเว

     เทือกเขาชิมันอีมานิเป็นเทือกเขาตามแนวชายแดนของประเทศซิมบับเวและโมซัมบิก ที่ยังมีร่องรอยประวัติศาสตร์ภาพวาดตามผนังถ้ำให้เห็นอยู่ อุดมไปด้วยพืชพันธุ์และสัตว์หายาก เช่น นกเงือก และ กิ้งก่าอะกามะ

3. ควีนส์, สหรัฐฯ

     ควีนส์เป็นย่านชานเมืองของนิวยอร์ก ที่ถูกบดบังโดยแสงสีจากบรูคลินและแมนฮัตตัน ควีนส์ถือเป็นย่านหนึ่งที่เหมาะกับสายกิน เพราะมีอาหารที่หลากหลายกว่า 150 ประเทศทั่วโลกในราคาไม่กรีดเลือด

4. นอร์ทัมเบอร์แลนด์, อังกฤษ

     นอร์ทัมเบอร์แลนด์ อุดมไปด้วยธรรมชาติและสถาปัตยกรรมของปราสาทต่างๆในอดีต ถือเป็นเมืองที่มลพิษน้อยที่สุดในอังกฤษ ผู้คนไม่หนาแน่น เป็นสถานที่ขึ้นชื่อเรื่องดูดาว และสามารถมองเห็นกาแล็คซี่แอนโดรมีดาด้วยตาเปล่า

5. ซีอัวตาเนโค, เม็กซิโก

     หมู่บ้านชายฝั่งที่เงียบสงบ มีอ่าวที่ยาวกว่า 1.5 กิโลเมตร เหมาะแก่การดำน้ำและโต้คลื่น มีแหล่งโบราณคดีที่ยาวนานกว่า 3,000 ปี จากสามวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน หนึ่งในกิจกรรมขึ้นชื่อคือการแล่นเรือใบ

6. ไอบีร่า, อาร์เจนติน่า

     เต็มไปด้วยสัตว์ป่าหายากและไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนกว่า 350 ชนิด เช่น จระเข้ยักษ์ อนาคอนด้า หมาป่า เสือจากัวร์ ลิงฮาวเลอร์สัตว์ที่ร้องเสียงดังและไกลที่สุดในโลก และหนูคาปิบาร่าหนูตะเภาขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้ตลอดทั้งปี

7. พื้นที่ผลิตไวน์อาเล็งแตฌู, โปรตุเกส

     อาเล็งแตฌูเป็นพื้นที่บริเวณด้านตะวันออกของ ลิสบอน ประเทศโปรตุเกส อุดมไปด้วยทรัพยากรสำหรับการผลิตไวน์ ทั้งแสงแดด ดิน องุ่นพันธุ์พื้นเมือง

8. เกาะบาฮามาส, หมู่เกาะเติกส์และเคคอส

     บาฮามาสเป็น1ในประเทศที่เป็นเขตอนุรักษ์พันธุ์ฉลาม ทะเลจึงมีความสมบูรณ์มาก หมู่เกาะแห่งนี้จึงเป็นที่เลื่องชื่อสำหรับนักท่องเที่ยว นักดำน้ำ ที่ต้องการเห็นฉลามแบบเป็นๆตัวต่อตัว

9. หาดคอบส์คุก, สหรัฐฯ

     หาดคอบส์คุก ตั้งอยู่ในรัฐเมน รัฐเล็กๆประชากรไม่พลุกพล่าน มีอุทยานแห่งชาติที่เต็มไปด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิดๆ

10. ฮูนาห์, อลาสก้า

     ขึ้นชื่อเรื่องทัวร์เที่ยวชมหมีและปลาวาฬ ที่โดดเด่นคือยังมีชนพื้นเมืองอาศัยอยู่ให้เราเรียนรู้วัฒนธรรม

10 สถานที่เปลี่ยนโลก หนีปัญหา “นักท่องเที่ยวล้นเมือง”

*ที่มา: nytimes