สสปน. เตรียมจัด Chiang Mai Alive Business Forum2021 ชู 4 ศักยภาพด้านอาหาร สุขภาพ อุตฯสร้างสรรค์แบบ Hybrid คาดผู้เข้างาน 200 ราย ด้านหอการค้าเผยพร้อมผลักดันตลาดไมซ์-ท่องเที่ยวคู่ขนาน นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคเหนือ ระบุตลาดไมซ์มีส่วนขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ จัดแถลงข่าว Chiang Mai Alive Business Forum2021 โดยมี ดร.จุฑา ธาราไชย ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมการประชุมและนิทรรศการ ภาคเหนือ (สสปน.) นายจุลนิตย์ วังวิวัฒน์ ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ นางละเอียด บุ้งศรีทอง นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคเหนือ (ตอนบน) นายฮันส์ แวนเดน บอร์น กรรมการบริหาร หอการค้าเนเธอร์แลนด์-ไทย และ น.ส.ศุภกานต์ วรินทร์ปราโมทย์ ผู้แทนท้องถิ่นสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ ภาคเหนือ เข้าร่วมแถลงข่าวที่โรงแรมรติล้านนา ริเวอร์ สปา รีสอร์ท เชียงใหม่ วันนี้ (18 พ.ย.64)

สสปน. นำร่องตลาดไมซ์เชียงใหม่แบบไฮบริด

ดร.จุฑา เปิดเผยว่า การจัดกิจกรรม Chiang Mai Alive Business Forum 2021 เพื่อเปิดมุมมองเชิงธุรกิจของเชียงใหม่ มีเป้าหมายเป็นกลุ่มนักธุรกิจชาวเชียงใหม่และนักธุรกิจต่างประเทศ เพราะเชียงใหม่เป็นจังหวัดจุดหมายปลายทางที่กลุ่มนักเดินทางกลุ่มนี้ให้ความสนใจเดินทางเข้ามาเป็นอันดับต้นๆ ของกลุ่มประเทศอาเซียน

 

ในปัจจุบันประเทศไทยมี ไมซ์ซิตี้ อยู่ 10 เมือง ได้แก่ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ พัทยา ขอนแก่น ภูเก็ต พิษณุโลก สงขลา นครราชสีมา อุดรธานี และสุราษฎร์ธานี เมืองที่ได้รับความนิยมในกลุ่มประเทศอาเซียน นอกจากกรุงเทพฯ รองลงมาคือ เชียงใหม่ และได้รับการประเมินผ่านมาตรฐานไมซ์ซิตี้เรียบร้อยแล้ว

ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา โควิด-19 ได้ส่งผลกระทบต่อเชียงใหม่อย่างหนัก ทำให้ขณะนี้เชียงใหม่ ตัองขับเคลื่อนเพื่อธุรกิจในพื้นที่เกิดการฟื้นตัว ด้วยศักยภาพที่เชียงใหม่มีอยู่ 4 ด้าน ได้แก่ เกษตรและอาหารที่มีคุณภาพ สุขภาพองค์รวม อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ และ ไมซ์ การท่องเที่ยว บริการ เพื่อให้เชียงใหม่เป็นจุดหมายปลายทางเชิงธุรกิจ สร้างเวทีเครือข่าย ต่อยอดสู่การ แลกเปลี่ยนความรู้ สู่การค้าการลงทุน


จึงได้เตรียมจัด Chiang Mai Alive เพื่อสนับสนุนการเปิด Charming Chiang Mai ให้เป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวแบบ Bleisure คือการผสมผสานระหว่างคำว่า Business Travel + Leisure จึงจัดงานประชุมแบบ Hybrid ที่ใหญ่ที่สุดหลังจากการเปิดเมืองเชียงใหม่ ในวันที่ 25 พ.ย.64 ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ โดยคาดว่าจะมีผู้เข้ามาร่วมงานประมาณ 200 ราย เพื่อให้เกิดการเจรจาด้านธุรกิจ

สสปน. นำร่องตลาดไมซ์เชียงใหม่แบบไฮบริด

 ขณะที่นายจุลนิตย์ วังวิวัฒน์ ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า เชียงใหม่ มีความพร้อมในการดำเนินการอุตสาหกรรมไมซ์ จังหวัดเชียงใหม่ถูกจัดเมืองอันดับ 2 เมืองที่น่าเที่ยวของโลก มีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญหลายแห่ง มีธรรมชาติ และวัฒนธรรมที่สวยงาม มีความพร้อมด้านอาหาร

 

เชียงใหม่จึงมีจุดขายอยู่ในตัวเอง มีโรงแรมที่พักที่มีความพร้อมรองรับกลุ่มนักเดินทางที่มีคุณภาพ มีศูนย์ประชุมนานาชาติที่พร้อมรองรับการจัดงานในระดับนานาชาติได้ การคมนาคมสะดวกสามารถเชื่อมโยงเส้นทางได้หลากหลายเส้นทาง เชียงใหม่จึงมีความพร้อมในทุกด้าน ในการจัดประชุม ซึ่งผู้ติดตามมากับคณะประชุมสามารถเดินทางท่องเที่ยวได้อย่างสะดวก ระยะทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวไม่ไกลจากเมือง มีแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลายรองรับการท่องเที่ยว ทั้งท่องเที่ยวแบบคราฟ แบบธรรมชาติ

  สสปน. นำร่องตลาดไมซ์เชียงใหม่แบบไฮบริด

ด้านนางละเอียด บุ้งศรีทอง นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคเหนือ (ตอนบน) กล่าวว่า เชียงใหม่อยู่กับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด มานานกว่า 18 เดือน ผู้ประกอบการมีการปรับตัวมาอย่างต่อเนื่อง ผู้ประกอบการต่างมีการปรับธุรกิจให้ตรงกับสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน โดยเฉพาะในเรื่องของมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส ปัจจุบันเน้นไปในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวไทย

 

อย่างไรก็ตาม ตลาดการประชุมสัมมนาเป็นตลาดที่มีความสำคัญ รัฐบาลมีความช่วยเหลือผู้ประกอบการตามลำดับ มีการปลดล็อคเงื่อนไขต่างๆ ในการดำเนินธุรกิจ ผู้ประกอบการมีความตื่นตัวเนื่องจากต้องดำเนินธุรกิจ มีการขับเคลื่อนธุรกิจตามวิถีชีวิตในปัจจุบัน หากไม่มีธุรกิจ ไม่มีเศรษฐกิจที่ดี ก็ไม่สามารถที่จะดูแลคนในพื้นที่ได้

 

สิ่งเหล่านี้จึงเป็นฟันเฟืองที่จะขับเคลื่อนและต้องคำนึงถึงเป็นอันดับ มาตรการที่รัฐบาลออกมาให้ความช่วยเหลือ สร้างความเข้าใข เป็นมาตรการที่ออกมาเพื่อให้ปฏิบัติตาม เป็นการสร้างมาตรฐานชีวิตแบบใหม่ในเรื่องการคำนึงถึงสุขภาพที่ดีของประชาชนในพื้นที่ เพื่อดำเนินชีวิตขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ถือเป็นสิ่งที่ดีในการสร้างมาตรฐานในการใช้ชีวิต

 

ผู้ประกอบการเห็นว่าในพื้นที่เองมีความพร้อมที่จะขับเคลื่อนธุรกิจให้เดินไปข้างหน้า มีการรณรงค์ฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมในพื้นที่ โดยการฉีดวัคซีนให้กับทุกคนที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อขับเคลื่อนเมืองสร้างเศรษฐกิจ ต้องมีการจ้างงานที่เพื่อสร้างเศรษฐกิจระดับครอบครัว ดังนั้นหากร่วมมือกันในการขับเคลื่อนสร้างมาตรฐานด้านความปลอดภัย และส่งต่อประสบการให้กับนักเดินทางให้เกิดความเชื่อมั่นในมาตรฐานที่ชาวเชียงใหม่วางไว้ สิ่งแรกที่จะต้องดำเนินการคือต้องพยุงการจ้างงาน