วันนี้เป็นวันแรกที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ เปิดรับนักท่องเที่ยว หลังปิดจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 "เนชั่นออนไลน์" ชวนทำความรู้จัก 2 เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติยอดฮิตของอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์

10 พฤศจิกายน 2564  วันนี้เป็นวันแรกของการเปิดการท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ และแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ในอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมธรรมชาติของป่าต้นน้ำในอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ โดยในวันนี้อากาศเปิดทำให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสความสวยงามของหมอกในยามเช้า อุณหภูมิเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาอยู่ที่ 8-9 องศาเซลเซียส

อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จ.เ่ชียงใหม่

"ดอยอินทนนท์" นับเป็นหมุดหมายของนักท่องเที่ยวในช่วงฤดูหนาว เพราะนอกจากจะได้สัมผัสอากาศหนาวเย็นแล้ว บนดอยอินทนนท์ ยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ที่นักท่องเที่ยวนิยมไปเดิน อยู่ 2 เส้นทาง ได้แก่ เส้นทางศึกษาธรรมชาติอ่างกา และเส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน สองเส้นทางนี้มีระยะทางที่แตกต่างกันพอสมควร อ่างกาเป็นเส้นทางสั้น ๆ ใช้เวลา 30-60 นาที ส่วนเส้นทางกิ่วแม่ปานใช้เวลา 2-3 ชั่วโมง

1.เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติอ่างกา นับเป็นเสน่ห์แห่งผืนป่าดิบเขาดึกดำบรรพ์ที่มีอายุกว่า 4,300 ล้านปี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาหิมาลัย มีระบบนิเวศแบบพิเศษที่เป็นแอ่งน้ำซับ ลักษณะเป็นป่าพรุภูเขาที่สูงที่สุดของประเทศ และเป็นต้นน้ำสำคัญของลำน้ำแม่กลางก่อนไหลลงแม่น้ำปิง มากมายด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ เป็นความมหัศจรรย์ที่ธรรมชาติสร้างสรรค์

เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติอ่างกา อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่

ผืนป่าอ่างกาแห่งนี้ มีความหลากหลายทางด้านระบบนิเวศ เป็นแหล่งพันธุ์พืชและสัตว์ป่าหายากหลายชนิดที่มีการปรับตัวให้เข้ากับระบบนิเวศเฉพาะถิ่น เช่น ข้าวตอกฤๅษี มอสส์สกุลที่มีขนาดใหญ่ที่สุดระดับโลก เฟิร์นพันธุ์หายากอย่างกูดอ่างกา กุหลาบพันปีดอกสีแดงเข้มสวยงามและเป็นแหล่งอาหารของนกกินปลีหางยาวเขียวสายพันธุ์อ่างกา นกเฉพาะถิ่นที่พบได้ที่เดียวในโลก และนกกระจิ๊ดคอเทา ที่สามารถพบได้ที่เดียวในประเทศไทย รวมถึงสัตว์หลากหลายชนิด เช่น สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก อย่างกบดอยอินทนนท์ และกระท่างภูพิงค์ ซึ่งพบได้ยาก อีกทั้งเป็นชนิดพันธุ์ที่เป็นดัชนีชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งน้ำ

นกกินปลีหางยาวเขียวสายพันธุ์อ่างกา // ภาพ เชียงใหม่นิวส์

สำหรับที่มาของชื่อ “อ่างกา” เชื่อกันว่ามาจากหนองน้ำแห่งหนึ่งที่มีลักษณะเหมือนอ่างน้ำและมีฝูงกาไปเล่นน้ำมากมาย จึงเรียกกันว่า "อ่างกา" โดยครั้งหนึ่งเคยเป็นชื่อของดอยอินทนนท์ นอกจากความพิเศษและความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ ผืนป่าแห่งนี้ยังซ่อนเรื่องราวประวัติศาสตร์ไว้หลากหลายมิติให้ได้ศึกษา เช่น แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ ที่มีเรื่องราวเกี่ยวกับการประกอบพิธีกรรมต่างๆ ผ่านช่วงเวลาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นพิธีหุงน้ำทิพย์ปี๋ใหม่เมืองเชียงใหม่ พิธีแห่พระบรมธาตุศรีจอมทองเข้าเวียง พระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 รวมไปถึงศาลเจ้ากรมเกียรติ์ ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์จากเหตุการณ์เฮลิคอปเตอร์ตกบริเวณนี้

เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติอ่างกา อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่

ศาลเจ้ากรมเกียรติ์ อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่

เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติอ่างกา มีอากาศเย็นฉ่ำและแมกไม้เขียวครึ้มร่มรื่น "อ่างกา" หย่อมป่าที่มีความชุ่มชื้นอยู่เสมอ ด้วยความสูงเฉียดเมฆกว่า 2,550 เมตรจากระดับน้ำทะเล ทางเดินแนวราบบนสะพานไม้ ลักษณะเส้นทางเป็นรอบวงกลม เพียง 320 เมตร มีความลาดชันเฉพาะตอนเริ่มต้นและใกล้สิ้นสุดเส้นทาง ใช้เวลาเดินประมาณ 20-30 นาที ในฤดูฝนจะมีฝนตกชุกมากที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองไทย ฤดูหนาวอากาศจะหนาวจัดจึงควรแต่งกายให้พร้อมสำหรับสภาพอากาศในแต่ละฤดู แนะนำให้ท่านเดินอย่างเงียบสงบ พร้อมกับเปิดใจเรียนรู้เรื่องราวความหลากหลายของสรรพชีวิตในผืนป่าเมฆที่เต็มไปด้วยคุณค่าและมีความสำคัญต่อการดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิตทุกชีวิต โดยไม่ทิ้งร่องรอยใดเหลือไว้ในธรรมชาติ

ต้นไม้ภายในเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติอ่างกา อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่

2.เส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน

"กิ่วแม่ปาน" เป็นเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติที่เป็นวงรอบระยะทาง 3.2 กิโลเมตร ที่ความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 2,400 เมตร เป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกที่สวยงามอีกจุดหนึ่ง

นักท่องเที่ยวรอชมพระอาทิตย์ขึ้น กิ่วแม่ปาน อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์

ตลอดเส้นทางเดินที่ผ่านแบ่งออกได้เป็น 4 ระยะ ช่วงแรกเป็นป่าดิบชื้น มีมอสและเฟิร์นขึ้นอยู่อย่างหนาแน่นตามลำต้นของไม้ใหญ่ที่แข่งขันกันเติบโตเพื่อรับแสงอาทิตย์ หลังจากผ่านดงทึบของป่าดิบเขา จึงเข้าสู่ช่วงของทุ่งหญ้าขนาดใหญ่ที่คอยเปลี่ยนสีจากสีเขียวขจึในช่วงฤดูฝนสลับกับสีน้ำตาลอ่อนอย่างพรั่งพร้อมในช่วงฤดูแล้ง เห็นไอหมอกเมฆไหลมาอยู่เบื้องหน้าซึ่งคาดไม่ถึงเลยว่าจะอยู่หลังม่านอันหนาทึบ

เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่

หากสังเกตดีๆ ตามทางเดินจะพบมูลหรือรอยขุดคุ้ยหาอาหารของสัตว์ป่า เมื่อเราออกเดินทางต่อจะพบกับต้นกุหลาบพันปีแดงขึ้นอยู่ตามหน้าผาเป็นดงกว้างจำนวนมากและมีขนาดใหญ่ จะพากันผลิดอกเบ่งบานในช่วงเดือนมกราคม - มีนาคม พันธุ์ไม้ชนิดนี้ถือเป็นลักษณะเด่นของเส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปานแห่งนี้ แล้วจึงวกกลับเข้าสู่ป่าดิบเขาอีกครั้งหนึ่ง เป็นการเดินช่วงสุดท้าย จะต้องเดินลงสู่ลำห้วยแม่ปาน ที่ไหลลดเลี้ยวมาจากบริเวณที่ข้ามมาในช่วงต้น 

เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่

เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน สามารถวนรอบไปกลับในวันเดียว ตามหนทางจะผ่านไปสู่ป่าดงดิบริมธารน้ำ ขึ้นเนินผ่านป่าที่ห้อยระย้าด้วยมอส ฝอยลม ในยามหน้าฝนจะถูกปกคลุมด้วยหมอกขาวและอากาศที่หนาวเย็น สุดปลายทางที่ทุ่งหญ้าบนเนินที่ดารดาษด้วยดอกไม้ตามพื้น เช่น หนาดเขาสีขาวเป็นตุ่ม ๆ ส้มแปะ และดอกไม้ป่าสีเหลือง ม่วง ขาว อีกหลายชนิด เช่น บัวทองอินทนนท์ ไวโอเล็ต 

หนีกรุงขึ้นดอย กับ 2 เส้นทางศึกษาธรรมชาติ "กิ่วแม่ปาน-อ่างกา" ที่อินทนนท์