หลังมีดราม่าจาก “บิวตี้บล็อกเกอร์ชื่อดัง” กรณีถูกปฏิเสธจากสภากาชาดขณะที่เจ้าตัวและสามีไปบริจาคเลือด เนชั่นออนไลน์เปิดคุณสมบัติผู้ที่สามารถบริจาคโลหิตได้มีดังนี้

จากการที่ “บิวตี้บล็อกเกอร์ชื่อดัง” มีผู้ติดตามกว่า 1.4 ล้านคน ออกมาโพสต์ว่าเจ้าตัวและสามีถูกปฏิเสธไม่รับเลือดของตนเองที่ตั้งใจไปบริจาค ข้อความบางส่วนดังนี้  “ช่วงนี้ สภากาชาดขาดเลือด ผมกับเมียตั้งใจไปบริจาคเลือด แล้วทำคลิปช่วยประชาสัมพันธ์ แล้วถึงได้รู้ว่า LGBT อย่าได้ริอ่านไปบริจาคเลือดเชียว เพราะสภากาชาด ยังมีนโยบาย “ไม่รับเลือดจากรักร่วมเพศ”

 

หยุดดราม่า ! เปิดคุณสมบัติผู้บริจาคเลือด ห้ามใครบริจาคบ้าง

 

ทั้งนี้ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ได้ระบุคุณสมบัติผู้บริจาคเลือด ทั้งหมด 31 ข้อดังนี้

 

  1. อายุ 17 ปีบริบูรณ์ -70 ปี

 

  1. น้ำหนัก 45 กิโลกรัมขึ้นไป

 

3. รู้สึกสบายดี สุขภาพแข็งแรง พร้อมที่จะบริจาคโลหิต ไม่มีอาการผิดปกติต่างๆ เช่น อาการอ่อนเพลียจากการอดนอน อาการมึนเมาจากการดื่มแอลกอฮอล์หรือสารอื่นๆ

หยุดดราม่า ! เปิดคุณสมบัติผู้บริจาคเลือด ห้ามใครบริจาคบ้าง

 

4. นอนหลับพักผ่อนเพียงพอ อย่างน้อย 5 ชั่วโมง

 

5. หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง ภายใน 6 ชั่วโมง

 

6. หากมีโรคประจำตัวต่างๆ ที่พบบ่อยในผู้บริจาคโลหิต

 

6.1 เบาหวาน หากควบคุมได้ด้วยการรับประทานยา ไม่มีการฉีดยาอินซูลิน และไม่มีปัญหาโรคแทรกซ้อน สามารถบริจาคโลหิตได้

 

6.2 ความดันโลหิตสูง สามารถบริจาคโลหิตได้ หากควบคุมระดับความดันโลหิตได้ อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด (systolic ไม่เกิน 160 มม.ปรอท diastolic ไม่เกิน 100 มม.ปรอท) และร่างกายปกติดี ไม่มีภาวะแทรกซ้อน

 

6.3 ไขมันในเลือดสูง สามารถบริจาคโลหิตได้ ถ้าไม่มีภาวะแทรกซ้อน เช่น เส้นเลือดในสมอง และหัวใจแตกและอุดตัน

 

6.4 Hyperthyroid สามารถบริจาคโลหิตได้ ถ้ามีระดับฮอร์โมนไทรอยด์กลับสู่ปกติโดยแพทย์ให้หยุดยารักษา อย่างน้อย 2 ปี

 

6.5 โรคลมชัก สามารถบริจาคโลหิตได้ ถ้าหยุดยากันชักโดยไม่มีอาการชัก มาอย่างน้อย 3 ปี ทั้งนี้ ต้องมีใบรับรองจากแพทย์ผู้รักษามายืนยัน

 

6.6 โรคมะเร็งทุกชนิด งดบริจาคโลหิตถาวร แม้ได้รับการรักษาหายแล้ว

 

6.7 โรควัณโรค สามารถบริจาคโลหิตได้ ถ้าได้รับการรักษาจนหาย และรับประทานยาครบคอร์ส อย่างน้อย 2 ปี นับจากการรับประทานยาเม็ดสุดท้าย

 

6.8 โรคหอบหืด สามารถบริจาคโลหิตได้ ถ้าควบคุมอาการได้ด้วยยากิน (ยกเว้นยา steroid) หรือยาพ่นเพื่อควบคุมอาการ (controller) และในวันที่มาบริจาคโลหิตไม่มีอาการหอบหืด 

 

หยุดดราม่า ! เปิดคุณสมบัติผู้บริจาคเลือด ห้ามใครบริจาคบ้าง

 

7. กรณีรับประทานยาต่างๆ

 

7.1 ยาปฏิชีวนะ (ยาฆ่าเชื้อ) หลังรับประทานยามื้อสุดท้ายแล้ว ให้เว้น 7 วัน จึงสามารถบริจาคโลหิตได้

 

7.2 ยาแอสไพริน ยาคลายกล้ามเนื้อ ยาแก้ปวดข้อ สามารถบริจาคโลหิตได้ แต่หากบริจาคเกล็ดโลหิตจะต้องหยุดรับประทานยาแล้ว อย่างน้อย 2 วัน จึงจะบริจาคได้

 

8. งดดื่มแอลกอฮอล์ก่อนมาบริจาคโลหิต 24 ชั่วโมง

 

9. อยู่ในระหว่างตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตรต้องงดบริจาคโลหิตชั่วคราว

10. คลอดบุตร หรือแท้งบุตร เว้น 6 เดือนเพื่อให้ร่างกายสร้างเม็ดเลือดแดงให้กลับเป็นปกติก่อน



11. มีพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ

11.1 ท่านหรือคู่ของท่านเคยมีเพศสัมพันธ์กับ : ผู้ที่ไม่ใช่คู่ของตนเอง / ผู้ทำงานบริการทางเพศ/ ผู้เสพยาเสพติด / ผู้ที่อาจติดเชื้อเอชไอวีหรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ หากผู้บริจาคโลหิตและคู่ มีพฤติกรรมเสี่ยงดังกล่าว ย่อมมีผลกระทบต่อผู้ป่วยที่ได้รับโลหิตเช่นเดียวกัน จึงเป็นข้อกำหนดให้งดบริจาคโลหิตอย่างไม่มีกำหนด

 

11.2 ท่านเป็นเพศชาย ที่เคยมีเพศสัมพันธ์กับเพศชาย ซึ่งอัตราการติดเชื้อเอชไอวี ของกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายสูงกว่าประชากรทั่วไปมาก และโอกาสที่จะมีผู้ที่อยู่ในระยะ window period ของการติดเชื้อ เอชไอวี ในกลุ่มนี้สูงกว่าประชากรทั่วไป (window period คือ ระยะเวลาที่เพิ่งเริ่มติดเชื้อ ในร่างกายยังมีเชื้อจำนวนน้อย ไม่สามารถตรวจพบร่องรอยการติดเชื้อได้ด้วยวิธีทางห้องปฏิบัติการแต่สามารถถ่ายทอดไปยังผู้รับโลหิตได้)ข้อนี้จึงยังเป็นข้อกำหนดไม่รับบริจาคโลหิตอย่างถาวร

 

หยุดดราม่า ! เปิดคุณสมบัติผู้บริจาคเลือด ห้ามใครบริจาคบ้าง

 

12. เคยใช้ยารักษาหรือป้องกันโรคเอชไอวีให้งดการบริจาคอย่างถาวร

 

13. อุดฟัน ขูดหินปูน เว้น 3 วัน/ ถอนฟัน รักษารากฟัน เว้น 7 วัน

         

14. ท้องเสีย ท้องร่วง เว้น 7 วัน

 

15. เจาะหู ผิวหนัง สัก ลบรอยสัก ฝังเข็ม เว้น 4 เดือน

         

16. ผ่าตัดเล็ก เว้น 7 วัน / ผ่าตัดใหญ่ เว้น 6 เดือน

 

17. เคยป่วยและได้รับโลหิต หรือส่วนประกอบโลหิต ภายใน 1 ปี ที่ผ่านมา

 

หยุดดราม่า ! เปิดคุณสมบัติผู้บริจาคเลือด ห้ามใครบริจาคบ้าง

 

18. เคยได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะ หรือเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต (Stem Cells)

 

19. เคยถูกเข็มที่เปื้อนเลือดตำ ในระยะ 1 ปีที่ผ่านมา

 

 20. เคยป่วยเป็นโรคตับอักเสบโดยทั่วไปการเป็นโรคตับอักเสบก่อนอายุ 11 ปี ส่วนใหญ่มีสาเหตุจากไวรัสตับอักเสบ เอ เมื่อหายแล้วสามารถบริจาคโลหิตได้

แต่หากมีประวัติเป็นตับอักเสบหลังอายุ 11 ปี มักมีสาเหตุจากไวรัสตับอักเสบ บี หรือ ซี ต้องงดบริจาคโลหิตถาวร เพื่อลดความเสี่ยงจากการถ่ายทอดเชื้อให้ผู้ป่วยที่ได้รับโลหิต

 

21. คู่ของท่าน หรือบุคคลในครอบครัว เป็นโรคตับอักเสบ ควรงดบริจาคในระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา

 

22. เคยตรวจพบว่าเป็นพาหะของโรคตับอักเสบให้งดบริจาคโลหิตถาวร แม้ว่าการตรวจในครั้งนี้จะไม่พบแล้วก็ตาม เพื่อป้องกันการถ่ายทอดเชื้อไปยังผู้ป่วยที่ได้รับโลหิต

 

23. ท่านเคยป่วยเป็นโรคมาลาเรีย ต้องงดบริจาคโลหิตไป 3 ปีหลังจากรักษาหายแล้ว

 

 24. เคยเข้าไปในพื้นที่มีเชื้อมาลาเรียชุกชุม และพำนักอยู่ในระยะสั้น ๆ ได้แก่ ไปท่องเที่ยว หรือทำธุระในระยะสั้น ให้งดบริจาคโลหิตไป 1 ปี

 

25. มีประวัติป่วยเป็นโรคไข้หวัดใหญ่ / โรคไข้เลือดออก/ โรคไข้ซิกา / โรคโควิด-19 หรือ โรคชิคุนกุนยา ในระยะ 1 เดือนที่ผ่านมา

          โรคโควิด 19 (COVID-19) ปัจจุบันอ้างอิงจากประกาศศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ที่ 10/2563 เรื่อง มาตรการป้องกันการติดเชื้อไวรัส COVID-19 ทางโลหิต ฉบับที่ 4 ลงวันที่ 7 เมษายน 2563 ให้งดบริจาคโลหิตเป็นระยะเวลา 4 สัปดาห์ ในกรณีดังต่อไปนี้

          1. ท่านเดินทางมาจากต่างประเทศหรือพื้นที่ที่มีความเสี่ยง (สถานบันเทิง บ่อนการพนัน สถานที่แออัด)

          2. อยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วย COVID-19

          3. หลังจากหายป่วยจากโรค COVID-19

(ทั้งนี้ข้อมูลดังกล่าวอาจมีการปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ของโรค COVID-19)

 

หยุดดราม่า ! เปิดคุณสมบัติผู้บริจาคเลือด ห้ามใครบริจาคบ้าง

 

26. ได้รับวัคซีนป้องโรควัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ป้องกันบาดทะยัก หลังฉีดวัคซีน 24 ชม. ไม่มีอาการข้างเคียง และบาดแผลหายดีแล้ว บริจาคโลหิตได้

 

วัคซีนป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบ บี หลังได้รับวัคซีน 21 วัน บริจาคโลหิตได้

 

วัคซีนป้องกันโรคหัด คางทูม หัดเยอรมัน อีสุกอีใส และงูสวัด หลังได้รับวัคซีน 4 สัปดาห์ ไม่มีอาการข้างเคียง บริจาคโลหิตได้

 

วัคซีนป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูก วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ ปอดอักเสบ และวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบ เอ หลังฉีดวัคซีน 24 ชม. ไม่มีอาการข้างเคียง บริจาคโลหิตได้

 

27. มีประวัติเสพยาเสพติดแบบฉีดทุกชนิดเป็นเหตุให้ต้องงดบริจาคอย่างถาวร

 

28. เคยถูกควบคุมตัวหรือจองจำในเรือนจำติดต่อกันเกิน 72 ชั่วโมง ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมามีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ HIV HBV HCV เนื่องจากอยู่ในสถานที่แออัด สุขอนามัยไม่ดี และอาจมีการใช้ของมีคมร่วมกัน ให้งด1 ปี นับจากวันที่ได้รับการปล่อยตัว

 

หยุดดราม่า ! เปิดคุณสมบัติผู้บริจาคเลือด ห้ามใครบริจาคบ้าง

 

29. เคยมีน้ำหนักลด มีไข้ มีต่อมน้ำเหลืองโต โดยไม่ทราบสาเหตุ ในระยะ 3 เดือนที่ผ่านมา หรือเคยตรวจพบว่าติดเชื้อเอชไอวีต้องงดบริจาคโลหิตถาวร

 

30. ช่วงพ.ศ. 2523 - 2539 ท่านเคยพำนักอาศัยอยู่ในประเทศ สหราชอาณาจักรบริเตนใหญ่และไอร์แลนด์เหนือ เป็นเวลาสะสมมากกว่า 3 เดือนให้งดบริจาคโลหิตถาวร เนื่องจากมีการระบาดของโรควัวบ้า

 

31. ช่วงพ.ศ. 2523 - 2544 ท่านเคยพำนักอาศัยอยู่ในประเทศฝรั่งเศส และไอร์แลนด์ เป็นระยะเวลาสะสมมากกว่า 5 ปี

ให้งดบริจาคโลหิตถาวร เนื่องจากมีการระบาดของโรควัวบ้า