5.Oppo Reno5
หน้าจอ OLED ความละเอียด Full HD+ และค่ารีเฟรชเรท 90Hz ขนาด 6.43 นิ้ว
ชิป Snapdragon 765G มากับหน่วยความจำแบบ UFS 2.1 และ RAM ชนิด LPDDR4x
กล้องหลังจะใช้เซ็นเซอร์หลักเป็นตัวความละเอียด 64MP มีระบบกันสั่น EIS, กล้อง Ultra-Wide ความละเอียด 8MP และกล้องอีกสองตัวความละเอียด 2MP ซึ่งจะถ่ายวิดีโอได้ที่ความละเอียดสูงสุด 4K 30fps ส่วนกล้องหน้าความละเอียด 32MP
แบตเตอรี่ความจุ 4,300mAh รองรับระบบชาร์จไวสุดแรง SuperVOOC 2.0 ความเร็ว 65W ผ่านพอร์ต USB-C นอกจากนี้ยังสามารถใช้งาน USB-PD และ QuickCharge ได้
ถือว่ามาพร้อมกับระบบปฏิบัติการใหม่ล่าสุด ลูกเล่นกล้องที่จัดหนักและมีกล้องหน้าถ่ายภาพสวย ลูกเล่นสุดล้ำ ถ้าเน้นฟีเจอร์ครบเครื่องและต้องการประหยัดงบOPPO Reno5ตอบโจทย์ได้อย่างดีทีเดียว
6.Realme 7 Pro
หน้าจอ Super AMOLED ขนาด 6.4 นิ้ว ความละเอีย Full HD+ ค่ารีเฟรชเรท 120Hz และมีค่าการแสดงผลสีแบบ NTSC Color Gamut สูงถึง 98%
ชิป Snapdragon 720G
กล้องหลัง 4 ตัวประกอบด้วย เซ็นเซอร์หลักความละเอียด 64MP f/1.8, กล้อง Ultra-Wide ความละเอียด 8MP f/2.3 มุมกว้าง 119 องศา, กล้อง B&W Lens ความละเอียด 2MP f/2.4 และกล้อง Macro ความละเอียด 2MP f/2.4 โฟกัสใกล้สุด 4 ซม.
ระบบชาร์จไวที่ชื่อว่า SuperDart Charge 65W ที่ชาร์จทิ้ง 10 นาทีได้ 42% หรือ ชาร์จทิ้งไว้แค่ 34 นาที ก็ได้แบตจาก 0% 100% แล้ว นอกจากนี้ทาง realme ยังเคลมว่า หากชาร์จไปเล่นเกมไปเป็นเวลา 30 นาที แบตก็ยังสามารถขึ้นได้ถึง 43%
อาจจะเป็นรุ่นที่อยู่นอกสายตาของหลายคน แต่Realme 7 Proก็มาพร้อมฟีเจอร์เด่นเฉพาะตัว, คุณสมบัติตัวเครื่องที่ตอบโจทย์การใช้งานระดับโปร และราคาวางจำหน่ายที่เข้าถึงได้ง่าย โดยรวมแล้วจัดเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอยู่
7.iPhone 12 Pro Max
หน้าจอแบบ Super Retina XDR Display หรือ OLED ความละเอียด2778 x 1284 พิกเซล
ชิป APPLE A14 BIONIC (5NM) ทาง Apple เคลมว่าสามารถประมวลผลกราฟิกได้เร็วกว่ามือถือรุ่นอื่นๆ 50%
กล้องหลัง 3 ตัว Wide, Ultra-Wide และ Telephoto ความละเอียด 12MP + เซ็นเซอร์ LiDAR ที่จะเข้ามาช่วยให้การใช้งาน AR หรือถ่ายโหมดหน้าชัดหลังเบลอดียิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้การโฟกัสในที่แสงน้อยดีขึ้นกว่าเดิม 6 เท่า
รองรับระบบชาร์จไวที่ความเร็วสูงสุด 20W ผ่านพอร์ต Lightning ที่ใช้เวลาชาร์จ 30 นาที ได้แบตมาใช้ 50% และ Wireless Charging ความเร็ว 15W
มาพร้อมรูปลักษณ์แนวเหลี่ยมขอบแบนที่ทำให้จับถือถนัดมากขึ้น และฟังชั่นที่เพิ่มเติมจากรุ่นก่อน หากชื่นชอบในแบรนด์ Apple และความพรีเมี่ยมของ iPhone แน่นอนว่าราคาระดับนี้ถือว่าตอบโจทย์ทั้งในด้านของดีไซน์ และประสิทธิภาพการทำงานที่ไม่เป็นรองใครต้องiPhone 12 Pro Max