ผศ.อนุพร สุวรรณวาจกกสิกิจ ผู้อำนวยการสถานีวิทยุมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์หรือสถานีวิทยุม.ก.(Kurplus+)กล่าวภายหลังนำคณะเจ้าหน้าที่สถานีดูความก้าวหน้าการดำเนินงานความร่วมมือระหว่างสถานีวิทยุม.ก.กับกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.)ณ ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุวาสนะเวศม์ ต.บ่อโพง อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา
โดยระบุว่าสถานีวิทยุม.ก.ส่งกระจายเสียงด้วยระบบเอเอ็มเชื่อมโยงกับสถานีใน 4 ภูมิภาค เชียงใหม่ ขอนแก่นและสงขลาครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ ออกอากาศทั้งในระบบอนาลอคและดิจิทัลในทุกแฟลตฟอร์ม มีทั้งภาพและเสียง ภายใต้เคอร์พลัส(Kurplus+) และยังเป็นหน่วยงานต้นแบบของกสทช.ในการจัดการเนื้อหาหรือคอนเท้นต์ที่สมบุรณ์แบบและครบวงจรที่สุดในปัจจุบัน
"ทำไมเราจึงมาทำเรื่องผู้สูงอายุ เริ่มต้นมาจากการที่เราเป็นสื่อ มองว่าขณะนี้สังคมผู้สูงอายุในประเทศไทยได้เริ่มขึ้นอย่างเต็มตัวแล้ว ทำอย่างไรที่จะหากิจกรรมหรือความต้องการทางวิชาการที่เกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุจริง ๆมาถ่ายทอดให้กับกลุ่มคนเหล่านี้ จึงเป็นที่มาของการร่วมมือเอ็มโอยู(MOU)กับกรมกิจการผู้สูงอายุ ข้อหนึ่งในเอ็มโอยูระบุว่าเราจะพัฒนาเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุร่วมกัน"
ผอ.สถานีวิทยุม.ก.กล่าวต่อว่าหลังจากที่ทางสถานีมองหาจุดเด่นจะต้องทำให้เกิดผลอย่างจริงจัง ก็พบว่าเรามีความเชี่ยวชาญด้านโรงเรียนทางอากาศ ซึ่งไม่เหมือนโรงเรียนผู้สูงอายุปกติ จากนั้นจึงได้เริ่มดำเนินการแห่งแรกที่เทศบาลเมืองแม่เหียะ จ.เชียงใหม่ เมื่อ 2 ปีที่แล้ว โดยเทศบาลเมืองแม่เหียะนั้นมีพื้นที่ครอบคลุมตัวเมืองเชียงใหม่ ซึ่งมีผู้สูงอายุส่วนใหญ่เป็นที่พักอาศัยของข้าราชการเกษียณ ปรากฏว่ามีผู้สุงอายุให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก แต่สามารถรับได้เพียง 100 คน เนื่องจากมีงบประมาณจำกัด แต่ถึงอย่างไรก็ทำให้ที่นี่กลายเป็นโมเดลโรงเรียนผู้อายุทางอากาศเป็นแห่งแรกของประเทศไทย โดยความร่วมมือระหว่างกรมกิจากรผู้สูงอายุ เทศบาลเมืองแม่เหียะและสถานีวิทยุม.ก. ภายใต้โครงการ"แม่เหียะโมเดล"
"โครงการแม่เหียะโมเดล ถือเป็นจุดกเริ่มต้นโรงเรียนผู้สูงอายุทางอากาศที่ร่วมกับกรมกิจการผู้สูงอายุ เราเปิดให้ผู้สูงอายุจำนวน 100 คนมาลงทะเบียนกับเทศบาลแล้วมีการกำหนดหลักสูตรร่วมกับกรมกิจการผู้อายุแล้วผลิตรายการผู้สูงอายุจำนวน 25 ตอน ในวันปฐมนิเทศน์เราแจกวิทยุให้กลับบ้านไปคนละเครื่อง แล้วนัดหมายกันฟังโดยกลุ่มผู้อายุเอง บอกเขาตื่นเช้าก่อนตีห้า พอตีห้าเราปล่อยรายการออกไปเฉพาะเสียงอย่างเดียวผ่านเครื่องวิทยุที่เราแจกไป จากนั้น 4 โมงเย็นเราปล่อยอีกรอบดูได้ทั้งภาพและเสียงผ่านโทรศัพท์มือถือ พอ 3 ทุ่มปล่อยอีกรอบในยูทูป ใน 1 วิชาเขาจะดูได้ถึง 3 ครั้ง"