เดินเข้ามาเกือบสุดเส้นทางจะพบกับถ้ำอีก 1 ถ้ำแบบเปิดโล่งพอเห็นแสง มีหินงอกหินย้อย และหินปูน ซึ่งลวดลายหินที่งดงาม หากมาเที่ยวในช่วงกลางวันจะมีแสงอาทิตย์สาดส่องลงมากลางหุบที่ล้อมรอบด้วยภูเขาหินปูนสูงชันจากถ้ำก็มาถึงทางเดินเล็กๆซึ่งเต็มไปด้วยป่าตาดเช่นกัน โดยเมื่อมาถึงตรงจุดนี้ลักษณะทางเดินจะเป็นการเดินกลับไปยังเส้นทางเดิม ระหว่างทางก็จะได้เห็นต้นไม้แปลกหลายชนิดแต่ถ้าใครเดินทางมาเที่ยวในช่วงฤดูฝนตั้งแต่ประมาณเดือนสิงหาคม พฤศจิกายน ท่านจะได้พบกับเจ้ากิ้งกือมังกรสีชมพูมีลักษณะโดดเด่นของมันมีลวดลายและปุ่มหนามคล้ายมังกรพบได้ในป่าที่มีความชุ่มชื้นสูงและอุดมสมบูรณ์ เมื่อโตเต็มที่จะมีลำตัวยาวประมาณ 7เซนติเมตร ถือว่า เป็นสัตว์ที่หาดูได้อยากมากท่านจะพบเห็นแห่งเดียวในโลกได้ ที่หุบป่าตาดแห่ง แต่ต้องคอยสังเกตให้ดีนะเพราะตัวเล็กมาก น้องมัคคุเทศก์น้อยๆของเรายังบอกเล่าอีกว่า ลูกตาดที่เราเห็นเป็นทะลายใหญ่สีดำบนยอดต้นนั้นเนื้อในมีลักษณะคล้ายลูกชิดสามารถนำไปต้มกินได้แต่ไม่เป็นที่นิยมกันเนื่องจากมีเนื้อค่อนข้างน้อยนั่นเองยังแถมท้ายแนะนำสมุนไพรให้เราอีกอย่างอันนี้ "ต้นกระทืบค่ะพี่" เราไม่เคยได้ยินเลยนะว่ามีต้นกระทืบเมียด้วยหรอ "เขาเอาไปใช้ดองเหล้าค่ะหรือส่วนใหญ่เขาเรียกม้ากระทืบโลงค๋ะ" แม้น้องเล่นเสียลูกทัวร์ตามไม่ทันเลย
ท่านใดสนใจจะมาเที่ยวชมและมาอุดหนุนน้องๆมัคคุเทศน์น้อยเชิญดูรายละเอียดเพิ่มเติมตามนี้ครับ
หุบป่าตาด เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่ 8.30 น. 16.00 น. ค่าเข้าชม ชาวไทยผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท ชาวต่างชาติ 200บาทในวันหยุดสุดสัปดาห์จะมีไกด์น้อยมาคอยพานำเที่ยวชมตามค่าบริการแล้วแต่นักท่องเที่ยวจะให้
ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการมาเที่ยวหุบป่าตาดคือช่วง 11:00-13:00 น. ซึ่งเป็นช่วงที่แสงส่องลงมายังหุบป่าตาดทำให้เห็นประกายของหินแวววับในโพรงถ้ำสวยงามมากและยาลื่มนำไฟฉายกับยากันยุงมาด้วยนะครับ
สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำประทุน โทร. 0-5698-9128