โดยการเลี้ยง "สมร" จะทำให้มีลักษณะใกล้เคียงกับธรรมชาติ พบว่าโตเร็ว ลดต้นทุน เลี้ยงเพียง 5 เดือน ก็ขายได้แล้ว โดยในราคาปลากดเหลืองปากบ่อ กิโลกรัมละ 110-120 บาท ขณะที่ปลานิล กก.ละ 25 บาทเท่านั้น
สมร บอกว่า เดิมทีเคยทำงานเป็นวิทยากรบรรยายด้านการเกษตรทั้งปลูกพืชเลี้ยงปลาให้กับโครงการพระราดำริที่ จ.นครราชสีมา ต่อมาหันมาทำฟาร์มเองที่ จ.หนองบัวลำภู ทำกว่า 10 ปี เน้นเพาะพันธุ์ปลาหลายชนิดจำหน่าย
แต่มาในช่วง 2-3 ปีมานี้คนสนใจเลี้ยงปลากดเหลืองกันเยอะ เนื่องจากเป็นที่ต้องการของตลาด โดยส่วนใหญ่แล้วปลากดเหลืองที่ขายจะมาจากแหล่งน้ำธรรมชาติ ที่นับวันมีจำนวนน้อยลงและมีราคาดีด้วย
สมร จึงมาเพาะพันธุ์ปลากดเหลืองขาย โดยในแต่ละปีเพาะพันธุ์ได้กว่า 1 ล้านตัวแต่ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า ไม่น่าแปลกใจเลยที่คนจะหันมาสนใจเลี้ยงปลากดมากขึ้น เพราะราคาหน้าบ่อสูงกว่าปลาชนิดอื่นๆ
ปลานิล ที่นิยมเลี้ยงและคนบริโภคเยอะราคาหน้าบ่อ กก.ละ 25 บาท, ปลาสวาย 10-15 บาท, ปลาสลิด 40 บาท, ปลาหมอไทย 70 บาท ขณะที่ ปลากดเหลือง กิโลกรัมละ 100-120 บาท"
ให้เหตุผลที่คนสนใจเลี้ยงปลากดมากขึ้น พร้อมบอกว่านอกจากปลากดเหลืองราคาดีแล้ว ยังเลี้ยงง่าย ไม่จุกจิก อัตราการรอดสูงอีกด้วย จึงหันมาเลี้ยงปลากดเหลืองมากกว่าปลาอื่นๆเช่นกัน