จนเธอได้พยายามติดต่อไปยังเฟซบุ๊ก และแจ้งปัญหา (report) ไปแต่ก็ไม่ได้รับคำตอบใดๆ จนได้ผู้สื่อข่าวช่วยประสานยังเฟซบุ๊กผ่านผู้ประสานงานในเมืองไทย พร้อมสอบถามไปว่า
1.เคยเกิดกรณีแบบนี้หรือไม่ ทางเฟซบุ๊กมีวิธีการจัดการ แก้ไข เยียวยาผู้เสียหายอย่างไร
2.มีข้อแนะนำสำหรับผู้ใช้บัตรเครดิตในการโปรโมทสินค้า/เพจ อย่างไร เพื่อให้เกิดความปลอดภัย
3. จะแน่ใจได้อย่างได้ว่า ข้อความหรือเมลต่างๆ ที่บอกว่ามาจากเฟซบุ๊ก เป็นของจริงหรือไม่ มีปลอมไหม สังเกตอย่างไร มีช่องทางติดต่อเฟซบุ๊กที่รวดเร็วอย่างไร
ปรากฏว่าทางเฟซบุ๊กไม่ได้ตอบถึงกรณีที่เกิดขึ้นโดยตรง แต่พูดถึงภาพรวมเกี่ยวกับการใช้เฟซบุ๊ก โดยโฆษกเฟซบุ๊กกล่าวว่า
"เรามุ่งมั่นในการสร้างความปลอดภัยและปกป้องบริการของเราให้ทำงานได้อย่างสมบูรณ์มากที่สุด อีกทั้งยังทำงานอย่างหนักและเต็มที่เพื่อปกป้องชุมชนของเราจากเหล่าแฮ็กเกอร์ บัญชีผู้ใช้ปลอม และพฤติกรรมที่ไม่น่าไว้วางใจอื่นๆ เมื่อเรารับทราบถึงปัญหาของบัญชีผู้ใช้ ทีมงานของเราจะดำเนินการเพื่อให้ความช่วยเหลือตามความต้องการของชุมชนของเรา นอกจากนี้ เรายังสนับสนุนให้ผู้ใช้เรียนรู้วิธีการปกป้องบัญชีผู้ใช้และข้อมูลบนเฟซบุ๊กของพวกเขาให้ปลอดภัยผ่านศูนย์ช่วยเหลือ ซึ่งให้บริการในภาษาไทย เพื่อให้ผู้ใช้ได้เรียนรู้ข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องมือในการรายงานและข้อควรปฏิบัติ เมื่อผู้ใช้งานคิดว่าเพจของตนเองหรือเพจของคนที่เขารู้จักถูกแฮ็ก"
โดย 6 ขั้นตอนของการรักษาบัญชีเฟซบุ๊คให้ปลอดภัยมีดังนี้
1. อย่าคลิกลิงก์ต้องสงสัยโดยเด็ดขาด แม้ว่าลิงก์นั้นจะดูเหมือนว่ามาจากเพื่อนหรือบริษัทที่คุณรู้จักก็ตาม
2. ลิงก์ต้องสงสัยนี้ยังรวมถึงลิงก์บนเฟซบุ๊ก(เช่น ในโพสต์) หรือทางอีเมล
3. โปรดจำไว้ว่าเฟซบุ๊กจะไม่ขอรหัสผ่านของคุณทางอีเมลโดยเด็ดขาด หากคุณเห็นลิงก์ที่น่าสงสัยในเฟซบุ๊กโปรดแจ้งให้เราทราบ
4. ใช้คุณสมบัติการรักษาความปลอดภัยพิเศษ
5. ตัวอย่างเช่น คุณสามารถรับการแจ้งเตือนเกี่ยวกับการเข้าสู่ระบบที่ไม่รู้จักตั้งค่าการยืนยันตัวตนแบบสองชั้น หรือเลือกเพื่อนเป็นรายชื่อผู้ติดต่อที่ไว้วางใจได้
6. ถ้าคุณเข้าสู่ระบบไปยังเฟซบุ๊กบนคอมพิวเตอร์ คุณสามารถใช้การตรวจสอบความปลอดภัยเพื่อตรวจสอบการตั้งค่าความปลอดภัยของคุณ