กมล อกนิษฐาภรณ์ เจ้าของร้านเฉาก๊วยบ้านตึก ทายาทรุ่นที่ 7 ผู้ทำหน้าที่เป็นผู้ผลิตเมนูวุ้นดำแสนอร่อย พร้อมทีมงานซึ่งเป็นเครือญาติทั้งสิ้น กำลังสาละวนกับการกวนและคนเฉาก๊วยที่อยู่ในกระทะใบใหญ่ตั้งบนเตาไม้ฟืนที่ระอุด้วยความร้อนชนิดคนไม่คุ้นเคยไม่อยากเข้าใกล้แต่นี่คือที่มาของความอร่อย ซึ่งโรงครัวที่เป็นแหล่งผลิตวุ้นดำในปัจจุบัน เครื่องไม้ เครื่องมือ อุปกรณ์ทั้งหมดล้วนเป็นของเก่าโบราณในยุคแรกทั้งสิ้น
เขาบอกว่า เฉาก๊วยหรือ วุ้นดำทำมาจากต้นหญ้าชนิดหนึ่งที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศจีน ทุกวันนี้ต้องสั่งนำเข้ามาโดยหญ้าที่ว่านี้จะเป็นหญ้าแห้งใส่ในถุงกระดาษ เมื่อจะนำมาทำวุ้นดำก็ต้องนำมาต้มจนเปื่อยใช้เวลา5-7ชั่วโมง ก็จะได้น้ำสีดำลื่นๆ จากนั้นนำมากรองเอาเศษหญ้าออกและเข้าสู่ขั้นตอนการผสมกับแป้งตามสูตรโบราณที่ได้รับการถ่ายทอดมานำไปตั้งไฟกวนจนกลายเป็นเนื้อเดียว จากนั้นก็เทใส่ภาชนะ ที่เป็นกาละมังใบใหญ่นำมาวางซ้อนกันเป็นชั้นๆคล้ายคอนโดวุ้นดำหรือเฉาก๊วยทิ้งไว้จนเย็น หากจะให้ดีต้องทำทิ้งไว้ข้ามคืนจะได้วุ้นดำก้อนนิ่มๆเนื้อเหนียวนุ่ม มีกลิ่นหอมของหญ้าที่ใช้เป็นส่วนประกอบหลัก ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของวุ้นดำที่นี่ เวลาขายก็จะตัดขายเป็นก้อนๆถุงละครึ่ง-1กิโลกรัม โดยจะขายในราคา กก.ละ 50 บาท พร้อมน้ำเชื่อม ส่วนใหญ่จะซื้อเป็นของฝาก แต่ก็มีไม่น้อยที่แวะชิมวุ้นดำกันสดๆที่ร้านได้บรรยากาศชิลๆ ก่อนออกเดินทางไปทางไปตามเส้นทางที่คดโค้งสัมผัสธรรมชาติใต้สุดสยามเมืองงามชายแดนที่ยังคงมนต์เสน่ห์ท่ามกลางสายลมเย็นฉ่ำที่โบกพัดมาสกัดไอความร้อนในช่วงเดือนเมษายน