คำพระสอนคน ประจำวันศุกร์ที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ แรม ๗ ค่ำ เดือน ๑๒ ปีระกา เนชั่นทีวี ขอน้อมนำคำสอนของ "หลวงปู่ชา สุภัทโท" มานำเสนอดังนี้

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

"ทุกอย่างที่เรา มีอยู่ เป็นอยู่ นั้นมันเป็นสักแต่ว่า อาศัย เท่านั้นถ้ารู้ได้เช่นนี้ ท่านว่ารู้เท่าตามสังขารทีนี้แม้จะมีอะไรอยู่ก็เหมือนไม่มีได้ก็เหมือนเสีย เสียก็เหมือนได้"
ขอบพระคุณคำสอน : หลวงปู่ชา สุภัทโท


อนึ่ง...หลวงปู่ชา สุภุทโท หรือหลวงพ่อชา พระวิปัสสนาจารย์สายอีสาน มีนามเดิมว่า ชา ช่วงโชติ (เกิดเมื่อวันที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๔๖๑ ณ บ้านจิกก่อ หมู่ ๙ ต.ธาตุ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี มรณภาพ เมื่อ ๑๙ มกราคม ๒๕๓๕)


ในวัยเด็กของหลวงปู่ชา ได้รับการศึกษาชั้นประถมศึกษา โรงเรียนบ้านก่อ ต.ธาตุ อ.วาริรชำราบ จ.อุบราชธานี เมื่อจบชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ จึงลาออกมาช่วยงานครับครัว เมื่ออายุ ๑๓ ปี บิดาได้นำไปฝากกับเจ้าอาวาสวัดมณีวนาราม เนื่องจากหลวงปู่ชานั้นจิตฝักใฝ่ธรรมตั้งแต่เด็ก


การที่ หลวงปู่ชา บวชแต่วัยเยาร์ จึงทำให้มีโอกาสเรียนทางโลกชั้นประถมปีที่ 1 และอยู่จำพรรษา ศึกษาพระปริยัติธรรม จนอยู่ปฎิบัติครูอาจารย์เป็นเวลา ๓ ปี กระทั่งอายุ ๒๐ ปีบริบูรณ์ เข้าพิธีอุปสมบท เมื่อวันที่ ๒๖ เมษายน ๒๔๘๒ ณ พัทธสีมาวัดก่อใน ต.ธาตุ อ.วาริรชำราบ จ.อุบราชธานี


หลังจากอุปสมบทแล้วท่านได้อุทิศตนศึกษาพระธรรมวินัยอย่างจริงจัง จึงจาริกออกปฎิบัติธรรมตามป่าเขา แล้วได้กลับมาก่อตั้งวัดหนองป่าพง เมื่อปี ๒๔๙๗ เป็นวัดป่าฝ่ายอรัญวาสี ณ บ้านเกิด โดยหลวงปู่ชาเป็นเจ้าอาวาส


หลวงปู่ชา สุภทฺโท ขณะมีชีวิตอยู่ท่านได้อุทิศชีวิตเพื่อการปฏิบัติธรรมและเผยแผ่พุทธศาสนา ทั้งแก่ชาวไทยและชาวต่างประเทศ ซึ่งบังเกิดผลทำให้ผลงานที่เป็นประโยชน์อเนกอนันต์แก่พระศาสนา ทั้งที่เป็นพระธรรมเทศนา และสำนักปฏิบัติธรรมในนามวัดสาขาวัดหนองป่าพงมากมาย


และแม้ท่าน จะมรณภาพไปนานแล้ว แต่ศิษยานุศิษย์ของท่านก็ยังคงรักษาแนวทางปฏิบัติธรรมที่ท่านได้สั่งสอนไว้จนถึงปัจจุบัน