"อันนยองฮาเซโย" หลบร้อนไปพึ่งหนาวที่แดนกิมจิ
07 พ.ย. 2560 | jirasin_yin

"อันนยองฮาเซโย" ช่วงวันหยุดพักร้อน ที่ผ่านมา ผมมีโอกาสเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเล (นั่งจนเมื่อย) ไปเยือนแดนกิมจิ เพื่อหวังหลบร้อนไปพึ่งหนาว ซึ่งก็หนาวสมใจ(หนาวจริงอะไรจริง)
lifestyle1
07 พ.ย. 2560 | jirasin_yin

"อันนยองฮาเซโย" ช่วงวันหยุดพักร้อน ที่ผ่านมา ผมมีโอกาสเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเล (นั่งจนเมื่อย) ไปเยือนแดนกิมจิ เพื่อหวังหลบร้อนไปพึ่งหนาว ซึ่งก็หนาวสมใจ(หนาวจริงอะไรจริง)
เพราะวันที่ผมเดินทางไปอากาศประมาณ 7- 15 องศา แต่เป็นความเหน็บหนาวที่พอดี หรือ เรียกได้ว่า กำลังสบายเดินได้ชิวๆ (ใส่ขาสั้นได้) โดยทริปพักร้อนนี้ ผมเลือกเดินทางไปประเทศเกาหลีใต้ (จริงๆ คนเลือกไม่ใช่ผม หึหึ)
ด้วยสายการบิน แอร์เอเชีย เอ็กซ์ ขึ้นเครื่องจากประเทศไทย เวลา 16.00 น. ไปถึงอินชอน แอร์พอร์ต เวลา 23.30 น.(ตามเวลาท้องถิ่น) บนเครื่องก็นั่งบิดไป บิดมา ก็ไม่ถึงสักที และเมื่อถึง ก็ดึกพอดี อากาศไม่ต้องพูดถึง (หนาวแบบไม่ปราณีใคร)
เราจึงรีบเดิน (วิ่งได้วิ่งไปแล้ว) ไปขึ้นรถตู้บริการรับส่ง ที่จองมาจากไทย โดย 6 คน ค่ารถเบ็ดเสร็จก็อยู่ที่ 3,000 บาท ก็ส่งถึงหน้าที่พัก แต่กว่าจะถึง ก็คุยกันจนเมื่อยมือ เพราะคุณลุงคนขับพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ เราก็พูดเกาหลีไม่ได้ (เอออ.. ไม่น่าจะคุยกันรู้เรื่อง) แต่ด้วยภาษากายเราก็ถึงที่พักอย่างปลอดภัย
เมื่อเก็บกระเป๋าเรียบร้อย (จริงๆ พึ่งวางเลย) ก็รู้สึกหิว และด้วยเห็นในซีรีย์เกาหลีมาเยอะว่ามีร้านเป็นเต็นท์แบบข้างทาง ก็อยากไปสัมผัสบรรยากาศแบบนั้นบ้าง แต่ท้ายสุดความตั้งใจก็ต้องสลาย (สะอื้นๆ) เมื่อคนอื่นๆ ไม่อยากก้าวเท้าออกนอกที่พัก เพราะอากาศหนาว(บางทีตกดึกก็หนาวเกินไปนะ) จึงจบด้วยการข่มตานอน(ทั้งหิวๆ)ในค่ำคืนแรก
เช้าวันรุ่งขึ้น (ไม่มีไก่ขันนะ) ตื่นมาด้วยสภาพอากาศที่หนาว (ไม่ต่างจากเมื่อคืนจริงๆ) เราเอาฤกษ์เอาชัย ด้วยการกินมาม่าเกาหลี อันเลื่องชื่อ (ก็ธรรมดา) ก่อนจะออกไปบันทึกความทรงจำในเกาหลี
วินาทีแรกที่เปิดประตูที่พักออกไปดูบรรยากาศ (ว้าววว) รู้สึกประทับใจมาก (เมื่อคืนไม่เห็นมืดแล้ว) เพราะดูสวยสะอาดตา ท่ามกลางอากาศที่เย็นสบาย (สายๆอุ่นขึ้น) ชวนให้น่าเดินชมเมืองเป็นอย่างยิ่ง แต่จะให้เดินสโลว์ไลฟ์อย่างเดียวคงไม่ได้ (เดี๋ยวไม่คุ้ม) เราจึงมุ่งหน้าไปเกาะนามิ ตามที่วางแผนไว้
เอาหล่ะ เกาะนามิ อยู่ห่างจากกรุงโซลประมาณ 60 นาที (ไกลมาก) เราต้องเดินทางด้วยรถไฟฟ้าใต้ดิน จากเมืองโซล ไปลงสถานี Gapyeong แต่เอ๊ะ! เหมือนจะราบรื่น ไม่อยู่แล้ว(ฮ่าๆ) เราหลงในสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน เดินงงวนไปมาอยู่หลายรอบ (งงจริงอะไรจริง)
เพราะเกาหลีใต้ มีรถไฟฟ้าหลายสาย และต้องเปลี่ยนสายหลายสถานี ไม่หนำซ้ำ คนเกาหลี ไม่ค่อยใช้ภาษาอังกฤษ ทำให้การเดินทางของเราท้าทายมากยิ่งขึ้น (เมื่อยมืออีกแล้ว) แต่ท้ายสุดก็มาลงถูกสถานี และนั่งรถแท็กซี่ต่อ เพื่อไปขึ้นเรือ โดยใช้เวลาอีกอย่างละประมาณ 10 นาที ก็
เป้าหมายที่แรก "เกาะนามิ"(กว่าจะถึง หึหึ) ที่โด่งดังไปทั่วโลกจากซีรีย์ยอดฮิตเรื่อง Winter sonata เราก็ได้เวลาหยิบกล้องมารัวชัตเตอร์ (ถ่ายจนเมื่อยมือไม่มีรูปเราเลย)พร้อมเดินสโลว์ไลฟ์ ชมใบไม้หลากสีที่ตั้งเรียงรายอย่างสวยงาม (สวยจริงนะเทอว์)
เมื่ออิ่มบรรยากาศ (ไม่ได้แอบกินใบไม้เขานะ) เราก็เดินทางกลับ(หลงเหมือนเดิม!) โดยมุ่งหน้าไปฮงแด ซึ่งเป็นแหล่งช็อปปิ้ง และเต็มไปด้วยของกิน (เนี่ยแหละวันนี้ที่รอคอย) และแน่นอนว่า เมื่อมาถึงถิ่นเรื่องปิ้งย่าง ก็ต้องลองในมื้อเย็นนี้ (ดูซิจะเหมือนบ้านเราไหม) หลังจากเราเดินซอกแซกไปตามซอกซอยต่างๆ (อ่านดีๆนะ) ก็พบว่า ร้านปิ้งย่าง เยอะมาก(เยอะจริงไม่ปลอม)
จึงต้องสุ่มเลือกร้าน สุดท้ายเราก็แจ๊คพอต!! ใช่ เราเจอร้านที่สั่งอาหารปุ๊ป ก็ชักสีหน้าใส่ตลอด(งงในงง) และที่สำคัญ รสชาติอาหารกลืนแทบไม่ลง แต่ยังดีที่สั่งมาแค่ 2 อย่าง (นับชิ้นหมู และเนื้อได้เลย) แต่ก็หมดไป 60,000 วอน ประมาณ 1,800 บาท(เจ็บนี้อีกนาน) เมื่อยังไม่อิ่ม เราก็ต้องเดินฝากชีวิตไว้กับอาหารสตรีทฟู้ดกันต่อ โดยมีอาหารหลากหลาย(มีเกือบทุกอย่าง) ก็พอประทับใจ
บางร้าน (ปรบมือเบาๆ) และเมื่ออิ่มท้อง ก็มีแรงเดินช็อปปิ้ง ไปมาอย่างเพลิดเพลิน มองนาฬิกาอีกที (จริงๆมองบ่อย เมื่อย ช็อปไม่เสร็จสักที) เวลาก็ล่วงไปกว่า 3 ทุ่ม ท่ามกลางอุณหภูมิที่ต่ำลง(หนาวแบบโกรธใครมาอีกละ) เราจึงตัดสินใจกลับที่พัก เพื่อเตรียมไปชมพระราชวังเคียงบกกุง ในวันรุ่งขึ้น ... (โปรดติดตามตอนต่อไป..)