ที่จังหวัดเชียงใหม่ บรรยากาศประเพณียี่เป็งของที่นี่ยังคงได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศ ที่ต้องการเข้ามาสัมผัสประเพณีวัฒนธรรมของชาวล้านนาที่ยังคงมีมนต์เสน่ห์มายาวนาน ไปติดตามเรื่องนี้กับคุณสกาวรัตน์ ศิริมา บรรณาธิการข่าวเศรษฐกิจภาคเหนือ เนชั่นทีวี

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

ประเพณียี่เป็งของจังหวัดเชียงใหม่ จัดขึ้นเป็นวันที่ 2 แล้ว โดยในวันนี้ทางเทศบาล ได้จัดให้มีการการปล่อยกระทงสายสืบสานล้านนาในแม่น้ำปิง เพื่อเป็นการขอขมาต่อพระแม่คงคา และอนุรักษ์วัฒนประเพณีของชาวล้านนา ซึ่งจะเริ่มขึ้นตั้งแต่เวลา 19.00 เป็นต้นไป

บรรยากาศประเพณียี่เป็งของเชียงใหม่ปีนี้ เป็นไปด้วยความคึกคัก โดยมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศทยอยเข้ามาในพื้นที่เป็นจำนวนมาก โดยทางเทศบาล ได้ขอความร่วมมือประชาชนชาวเชียงใหม่ ทำหน้าที่เป็นเจ้าบ้านที่ดี ด้วยการแต่งกายด้วยชุดพื้นเมือง และพูดภาษาเมือง เพื่อเป็นการส่งเสริมวัฒนธรรมพื้นถิ่น พร้อมกันนี้ ได้เตรียมนำกระทงที่ทำด้วยกาบกล้วย และวางผางประตี๊ด กว่า 10,000 ดวง ลอยเป็นสายในแม่น้ำปิง และให้ประชาชนมีส่วนร่วมลอยกระทงสาย เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาด้วยนอกจากนี้ จะสังเกตได้ว่าสองฝั่งแม่น้ำปิงในขณะนี้ ซึ่งเป็นจุดที่ชาวเชียงใหม่ และนักท่องเที่ยว จะเข้ามาทำการลอยกระทงในค่ำคืนวันนี้นั้น ได้มีพ่อค้าแม่ค้านำกระทงที่ผลิตจากวัสดุธรรมชาติ อย่างเช่นใบตอง และเปลือกข้าวโพด โดยมีฐานเป็นต้นกล้วย และตกแต่งด้วยดอกไม้นานาชนิด ในรูปแบบที่สวยงาม มาวางขายในราคาตั้งแต่ 20 บาทขึ้นไป โดยปีนี้ทางเทศบาล ยังได้ขอความร่วมมืองดลอยกระทงขนมปัง เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อระบบนิเวศน์ในแม่น้ำปิงด้วย

ขณะที่บ้านเรือน และวัดต่างๆ มีการสร้างซุ้มประตูป่า และต่างพร้อมใจกันนำโคมไฟมาประดับประดาอย่างสวยงามในคืนพระจันทร์เต็มดวง หรือในวันเพ็ญเดือนสองของชาวล้านนา ซึ่งตรงกับเดือนสิบสองของไทยค่ะ

ขณะเดียวกันยังคงรณรงค์ไม่ให้มีการขายแอลกอฮอล์ และการเล่น และจำหน่ายประทัดยักษ์ เนื่องจากมีอันตรายต่อผู้เล่น หรือเสียงถึงชีวิตได้ โดยชูแนวคิด แอ่วเชียงใหม่ไร้ประทัดยักษ์ปลอดแอลกอฮอลล์ ซึ่งตลอดการจัดงานจะมีเจ้าหน้าที่บูรณาการ ออกตรวจตราบริเวณพื้นที่มีการจัดงาน หากว่าพบผู้ใดฝ่าฝืนจะมีการคุมตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมาย เช่นเดียวกันกับการปล่อยโคมลอย ทางเทศบาลนครเชียงใหม่กำหนดให้ประชาชน และนักท่องเที่ยว สามารถทำการปล่อยโคมลอย ได้ที่บริเวณสะพานนวรัฐเพียงจุดเดียว ในเวลาตั้งแต่ 19.00นจนถึงหนึ่งนาฬิกาของ วันที่ 3 และวันที่ 4 พ.ย.เท่านั้น