เนชั่นทีวี

lifestyle1

"ปลูกป่าโดยไม่ต้องปลูก" การสร้างป่าของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

05 ก.ค. 2560 | jirasin_yin

"ปลูกป่าโดยไม่ต้องปลูก"
การสร้างป่าของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ในงาน"กิจกรรมรักษ์น้ำ The Journey "สานต่อที่พ่อทำ สร้างฝายทั่วไทย" ซึ่ง SCG จัดขึ้นโดยนำตัวแทนจาก 3 จังหวัด คือขอนแก่น กาญจนบุรี และนครศรีธรรมราช มาเรียนรู้เรื่อง"การทำฝายชะลอน้ำ" โดยการให้"ลงพื้นที่" ในบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด(ลำปาง) ซึ่งแปรสภาพจาก"ป่าเสื่อมโทรม" จนกลายเป็นป่าอุดมสมบูรณ์ หลังใช้เวลานานนับสิบปี สร้างฝายชะลอน้ำจำนวน 4,421 ฝายในพื้นที่โรงงาน จนเป็นป่าธรรมชาติที่มีสัตว์ป่านานาชนิดอาศัย รวมทั้งกลายเป็นแหล่งดูนกที่สำคัญในภาคเหนือ

ปัจจุบัน SCG ได้สร้าง"ฝายชะลอน้ำ"ในภาคเหนือแล้วกว่า 5 หมื่นฝ่าย ตามเป้าหมายที่จะสร้าง 70,000 ฝาย โดยในการนำตัวแทนชุมชนและเยาวชนจาก 3 จังหวัดมาศึกษาครั้งนี้ ยังได้ให้ทั้งหมดลงมือ"ทำจริง"ในภาคปฏิบัติ ก่อนกลับภูมิลำเนาเพื่อ"สานต่อที่พ่อทำ สร้างฝ่ายทั่วไทย"
จากนั้น ไฮไลท์สำคัญของการนำตัวแทนทั้งหมดจาก 3 จังหวัดมาภาคเหนือ ก็คือการมาดูพื้นที่ ที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ จ.เชียงใหม่ เพื่อดูโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เมื่อวัน 11 ธันวาคม พ.ศ. 2525 ที่พระราชประสงค์ให้เป็นศูนย์กลางในการศึกษา ทดลอง ในพื้นที่ภาคเหนือ และเผยแพร่แก่ราษฎรให้นำไปปฏิบัติได้ด้วยตัวเองต่อไป โดย ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา จะปาฐกถาและพาเดินตามรอยทรงงานของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

"ปลูกป่าโดยไม่ต้องปลูก"
การสร้างป่าของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

"ปลูกป่าโดยไม่ต้องปลูก"
การสร้างป่าของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช


"ในหลวงสอนมา 70 ปี มีคนถามผมว่าทรงสอนอะไร ความจริงก็คือพระองค์ทรงสอนเรื่องการดำรงชีวิต เรื่องน้ำเรื่องป่า น้ำเรามี แต่เราไม่เคยเก็บ ทรงรับสั่ง น้ำคือชีวิต ซึ่งผมสรุปได้สั้นๆว่าทรงทำโดยรูปแบบ"จากนภา ภูผา สู่มหานที" คือในหลวงมองฟ้า เราเห็นเมฆ ในหลวงเห็นน้ำ ทรงทำฝนหลวง ซึ่งยากมาก เพราะต้องคำนวณทุกอย่างทั้งเมฆ ความชื้น" ดร.สุเมธกล่าว
ทั้งนี้ "ห้วยฮ่องไคร้"ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงใช้เป็นศูนย์พัฒนาฯนั้น ในตอนที่เริ่มโครงการ ยังมีสภาพเป็นป่าเสื่อมโทรม ซึ่งดร.สุเมธบอกว่า ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ทรงรับสั่งในครั้งนั้นว่า "อีก 5 ปี ฉันจะทำให้คนอิจฉา ..ฉันจะทำให้เขียวใน 7 ปี" ซึ่งในที่สุด พระองค์ทรงทำได้ โดยป่าค่อยๆฟื้น ตามที่ทรงรับสั่งว่าป่าเหมือนทหาร มีชนชั้น ต้องค่อยๆโตทีละชั้น จากชั้นบนลงชั้นล่าง

"ปลูกป่าโดยไม่ต้องปลูก"
การสร้างป่าของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

"ปลูกป่าโดยไม่ต้องปลูก"
การสร้างป่าของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช


เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนากล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงให้แนวทางการปลูกป่าว่า "ปลูกป่าโดยไม่ต้องปลูก" โดยทรงแนะนำปลูกป่าโดยไม่ใช้ต้นกล้า แต่ใช้มือให้อาหารป่า นั่นคือ"น้ำ" ด้วยการสอนให้สร้างฝายชะลอน้ำ ซึ่งในตอนนั้นคนทั่วไปเรียกฝายแม้ว เพราะเป็นฝายชะลอน้ำที่ชาวไทยภูเขาทำกัน
"พระองค์ทรงรับสั่งไม่ต้องเอาปูนมา แต่เอาของที่อยู่บนพื้นป่านั่นแหละ ทั้งไม้ ก้อนหิน นำมาทำฝายแม้ว" ดร.สุเมธกล่าว และว่า เมื่อทำเสร็จ พอฝนตก เจ้าหน้าที่กรมชลประทานก็มากราบทูลว่าทำแล้วบอกไม่สำเร็จ เพราะฝายเก็บน้ำไม่ได้ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯทรงรับสั่งด้วยความดีพระทัยว่านั่นแหละสำเร็จแล้ว เพราะถ้าเก็บน้ำได้ คือไม่สำเร็จ
การทำงานของ"ฝายชะลอน้ำ" ที่ทรงรับสั่งก็คือ การให้น้ำที่ไหลจากที่สูง ถูกนำมาข้างล่างโดยไม่ไหลเร็ว แต่ถูกชะลอไว้ พร้อมทั้งให้น้ำที่ไหลมานั้นค่อยๆซึมลงสู่พื้นใต้ดิน ซึ่งมี"ต้นกล้า"อยู่ และเมื่อ"ต้นกล้า"ได้น้ำที่ไหลลงมาจากที่สูง ก็เหมือนได้อาหาร จึงค่อยๆเติบโต และในที่สุด พื้นที่ป่าเสื่อมโทรมที่ห้วยฮ่องไคร้ ก็กลายเป็นป่าอุดมสมบูรณ์ในทุกวันนี้

"ปลูกป่าโดยไม่ต้องปลูก"
การสร้างป่าของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

"ปลูกป่าโดยไม่ต้องปลูก"
การสร้างป่าของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช


"พระองค์สอนให้คนอยู่ได้ ป่าเศรษฐกิจจึงต้องมี น้ำไหลจากข้างบนลงข้างล่าง จากป่าลงที่ราบ ลงแม่น้ำ พระองค์สอน เข้าใจ เข้าถึง พัฒนาเข้าใจ คือเข้าใจว่าธรรมชาติมีน้ำ มีฝน เข้าถึง คือเข้าให้ถึงการนำความรู้มาใช้ คือทำฝาย พัฒนา คือพัฒนาให้ยั่งยืน" ดร.สุเมธกล่าว และสรุปกับตัวแทนชุมชนและเยาวชนที่มาดูงาน รวมทั้งลงมือทำฝายชะลอน้ำว่า อยากให้ทุกคนคิดว่าชุมชนจะทำต่อไหม พวกเราจะส่งภูเขามีป่าหรือภูเขาไม่มีป่าให้ลูกหลาน 
สำหรับโครงการ "รักษ์น้ำ The Journey สานต่อที่พ่อทำ สร้างฝายทั่วไทย" ในครั้งนี้ แบ่งเป็น 2 ระยะ โดยในระยะแรก ได้นำแกนนำจากชุมชนและตัวแทนเยาวชนคนรุ่นใหม่ ในพื้นที่ 3 จังหวัดที่เป็นเป้าหมายคือ จังหวัดกาญจนบุรี นครศรีธรรมราช และขอนแก่น มาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และเห็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ป่ารอบโรงงานปูนซิเมนต์ ลำปาง และป่าของชุมชนโดยรอบโรงงาน อันเป็นผลมาจากการสร้างฝายชะลอน้ำ พร้อมทั้งได้ลงมือสร้างฝายชะลอน้ำ เพื่อนำประสบการณ์จริงและความรู้ที่ได้รับกลับไปใช้แก้ปัญหาการบริหารจัดการน้ำในชุมชนของตนเอง และสามารถถ่ายทอดองค์ความรู้สู่สมาชิกในชุมชนของตนเองได้
นี่เป็นหนึ่งในการ"เทิดด้วยทำ" ตามแนวทาง"ปลูกป่าโดยไม่ปลูก"ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ข่าวล่าสุด