I Am Not Madame Bovary อย่าคิดหลอกเจ้ หนังจีนที่ตั้งชื่อไทยได้น่าเจ็บใจที่สุด
22 เม.ย. 2560 |
หากชำเลืองมองผ่านสายตาอย่างผิวเผิน หลายคนคงคิดว่าหนังที่มีฟ่านปิงปิง เป็นนักแสดงนำเรื่องนี้ คงเป็นหนังตลกธรรมดาๆเรื่องหนึ่ง แต่เอาเข้าจริง I Am Not Madame Bovary เป็นหนังตลกร้าย
I Am Not Madame Bovary ไม่เพียงบอกเล่าเส้นทางการต่อสู้อย่างมุ่งมั่นเพื่อความยุติธรรมของสาวชาวบ้านคนหนึ่งเท่านั้น หากยังสะท้อนภาพพิกลพิการของการปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเฉพาะระบบข้าราชการที่หาได้ใส่ใจกับงานบริการประชาชน อันเป็นหัวใจหลักของการทำงาน แต่กลับผลักไสผู้คนใต้การปกครองออกไปอย่างไม่แยแส ทำหน้าที่ของตนให้จบๆไปแค่วันๆหนึ่งก็พอ หากชาวบ้านคนใดเดือดเนื้อร้อนใจก็ไปหาทางแก้ปัญหากันเอาเอง เช่นกรณีที่เกิดขึ้นกับสาวใหญ่ หลีสั่วเหลียน ที่ออกมาร้องทุกข์เรื่องการหย่ากับอดีตสามีที่เธอพยายามอุทรณ์กับทางการว่า มันเป็นการหย่าปลอมๆ ขอให้ศาลพิจารณาใหม่ แน่นอนว่าคดีมโนสาเร่แบบนี้ ไม่มีเจ้าหน้าที่รัฐคนไหนใส่ใจ เพราะไหนๆก็หย่าขาดกันตามกฎหมายไปแล้ว จึงพากันส่ายหน้าปฎิเสธ เมื่อหมดหนทางหลีสั่วเหลียนจึงตัดสินใจบ่ายหน้าออกเดินทางไปเมืองใหญ่ เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษอดีตสามีและบรรดาเจ้าหน้าที่ข้าราชการผู้เกี่ยวข้องฐานบกพร่องต่อหน้าที่ โดยใช้เวลานานเป็นสิบปี
ทว่า I Am Not Madame Bovary หาได้มีท่าทีขึงขังจริงจังในการบอกเล่าเรื่องราวของหลีสั่วเหลียนและสะท้อนปัญหาช่องว่างระหว่างรัฐกับประชาชน หากแต่ใช้กลวิธีในการดำเนินเรื่องไปอย่างมีอารมณ์ขันและพยายามนำศิลปะเข้ามารับใช้เนื้อหาด้วยกระบวนการทางเทคนิคอย่างมีชั้นเชิงและเปี่ยมด้วยรสนิยม
กลับไปที่เนื้อหาหลักของหนังกันอีกครั้ง คีย์เวิร์ดสำคัญของ I Am Not Madame Bovary มาจากฉากหนึ่งที่อดีตสามีกล่าวโทษภรรยาว่า เธอไม่ใช่สาวบริสุทธิ์ เคยผ่านมือชายมาก่อนจะแต่งงานอยู่กินกับเขา (ผู้ชายหน้าไหนมันมาสนใจกับเรื่องแบบนี้ด้วยล่ะ ในเมื่อตัวเองก็ใช่ว่าจะบริสุทธิ์ผุดผ่องก่อนจะมีเมียซะเมื่อไหร่)
แต่หลีสั่วเหลียนก็หาได้เป็นหญิงมากรัก เช่นเดียวกับที่ถูกกล่าวหาว่าเป็น พันจินเหลียน หนึ่งในตัวละครวรรณกรรมคลาสสิคจีนเรื่อง ผู้ยิ่งใหญ่แห่งเขาเหลียงซาน ที่สุดท้ายนางถูกฆ่าตายเพราะแอบไปคบชู้สู่ชาย ตัวหนังเองก็ดัดแปลงมาจากนวนิยายชื่อ I Am Not Pan Jinlian คนทำหนังเลยตั้งชื่อให้ร่วมสมัยด้วยการนำวรรณกรรมคลาสสิคของโลกสัญชาติฝรั่งเศสอย่างมาดามโบวารี่ มาล้อเป็นชื่อหนัง ซึ่งตัวละคร อ็องมา ในมาดามโบวารี่ ก็เป็นหญิงหลายใจ ที่สุดท้ายจบชีวิตลงเพราะความแพศยาของเธอนั่นเอง
ความพยายามนำเอาศิลปะมาถ่ายทอดเนื้อหาของ I Am Not Madame Bovary อีกประการหนึ่ง เกิดขึ้นโดยการสร้างมุมมองของงานภาพ อิงจากภาพเขียนยุคสมัยซ่ง ด้วยการสร้างเฟรมวงกลมล้อมกรอบภาพ ผนวกกับงานกำกับภาพที่ตั้งกล้อง วางเฟรม จัดองค์ประกอบภาพ ฉาก จับภาพตัวละครรวมถึงบันทึกทิวทัศน์บรรยายกาศของเมืองชนบทในจีนได้อย่างงดงามราวกับภาพเขียนเลยทีเดียว