ส่วนมากแล้วอุบัติเหตุจากเพลิงไหม้รถยนต์นั้น เกิดขึ้นระหว่างการขับขี่อยู่บนถนนหรือขณะใช้รถอยู่ในที่สาธารณะโดยเพลิงไหม้สามารถเกิดขึ้นได้หลายกรณี เช่น รถชนกันแล้วเกิดเพลิงไหม้หรือขับอยู่ดี ๆ ก็ไหม้ขึ้นมาเองโดยไม่ทราบสาเหตุจึงมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดความเสียหายอย่างหนักถึงขั้นเสียชีวิตและอาจลุกลามจนเกิดเสียหายไปบริเวณรอบข้างได้
ตัวอย่างเช่น เมื่อไม่นานมานี้ที่มีข่าวว่าหนุ่มพิการขับรถเก๋งชนรถกระบะจนเกิดไฟท่วมทั้งคันโชคดีที่มีคนช่วยนำตัวส่งโรงพยาบาลและดับไฟได้ทัน รอดพ้นจากอันตรายไปได้ด้วยดีแต่รถยนต์ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการถูกไฟไหม้ทั้งคัน ส่วนกระบะคู่กรณีได้รับความเสียหายเพียงเล็กน้อย
อีกหนึ่งสถิติที่ไม่อยากให้ติดอันดับจาก ศูนย์ปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์รถจักรยานยนต์ ก็คือ คดีขโมยรถ ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความทุกข์ใจและหาทางป้องกันได้ยากเพราะจากสถิติรถที่สูญหายไปนั้นสามารถตามกลับคืนมาได้ไม่ถึง 10% ถึงแม้ว่าจะมีการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการป้องกันติดตั้งอุปกรณ์กันขโมยแน่นหนาอย่างไรก็ตาม พวกมิจฉาชีพก็มีวิธีงัดแงะจนได้รถเราไปได้ทุกทีบางกรณีก็ดักรอทำร้ายร่างกายแล้วชิงรถไปต่อหน้าต่อตา เป็นความซวยซ้ำซวยซ้อนที่ต้องมาเจ็บตัวเจ็บใจและยังต้องเสียทรัพย์สินไปอีก
แต่เหตุการณ์ต่าง ๆ เหล่านี้ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุ รถไฟไหม้ หรือรถถูกขโมยก็ตามสิ่งที่จะช่วยบรรเทาความเสียหายจากการเกิดเหตุการณ์เหล่านี้ได้ก็คือการมีประกันภัย ที่จะมาช่วยจ่ายทั้งค่ารักษาพยาบาล ค่าเสียหายของรถที่ต้องซ่อมแซมหรือเสียหายจากไฟไหม้ทั้งคันรวมทั้งชดใช้กรณีรถสูญหาย การที่เรามีประกันภัยเข้ามาช่วยบรรเทาความเสียหายที่เกิดขึ้นคือเป็นฟ้าหลังฝนที่ช่วยคุณในยามที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้นให้ดำเนินชีวิตได้ต่อไป
สมาคมประกันวินาศภัยไทยจึงอยากขอเตือนทุก ๆ คนเกี่ยวกับภัยใกล้ตัวเหล่านี้เพราะปัจจุบันเหตุการณ์แบบนี้อยู่ใกล้ตัวคุณมากขึ้นคุณสามารถบริหารความเสี่ยงภัยต่าง ๆ ได้ด้วยการทำประกันภัยช่วยบรรเทาความเสียหายได้อีกวิธีหนึ่ง
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สมาคมประกันวินาศภัยไทย โทร. 0 2256 6032-8
หรือดูรายละเอียดได้ที่ http://www.tgia.org