GT200 เป็นเครื่องตรวจจับสสารระยะไกล ผลิตโดยบริษัท โกลบอล เทคนิคอล จำกัด สหราชอาณาจักร บริษัทผู้ผลิตอ้างว่า GT 200 สามารถตรวจสอบวัตถุต้องสงสัยได้ทั้งระเบิด และยาเสพติด สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ของประเทศไทย ตรวจพบว่า GT200 ไม่ได้มีคุณสมบัติการใช้งานตามที่บริษัทผู้ผลิตกล่าวอ้าง
สำหรับประเทศไทย มี บริษัท เอวิเอ แซทคอม จำกัด เป็นตัวแทนจำหน่าย และกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้รับสอบสวนเป็นคดีพิเศษ เนื่องจากมีผู้ร้องว่า ผู้ขาย GT200 พฤติการณ์ฉ้อโกง หรือหลอกลวงขายเครื่องตรวจวัตถุระเบิด ที่ไม่มีคุณภาพตามที่กล่าวอ้าง
18 กันยายน 2561 ศาลแขวงดอนเมือง ได้อ่านคำพิพากษา สำนวนการสอบสวนคดีพิเศษที่ 218/2555 คดีระหว่าง กรมสรรพาวุธทหารบก กองทัพบก กับ บริษัท เอวิเอ แซทคอม จำกัด กับพวก
ศาลเห็นว่า จำเลยมีความผิดฐานฉ้อโกงตามที่อัยการโจทก์ฟ้อง พิพากษาจำคุก สุทธิวัฒน์ วัฒนกิจ กรรมการบริษัท ในฐานะส่วนตัว กรรมละ 3 ปี รวม 12 กรรม รวมจำคุก 36 ปี แต่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (1) กำหนดให้จำคุกได้ไม่เกิน 10 ปี ส่วนโทษปรับ ให้ปรับบริษัท เอวิเอฯ กรรมละ 6,000 บาท รวม 12 กรรม รวมปรับ 72,000 บาท ส่วนจำเลยอื่น ให้ยกฟ้อง
ส่วนการทดสอบคุณสมบัติเครื่อง GT200 เมื่อปี 2553 ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือ เนคเทค นำ GT200 มาทดสอบ โดยเครื่องตรวจพบวัตถุระเบิดเพียง 4 ครั้ง จากการทดสอบ 20 ครั้ง ซึ่งไม่มากไปกว่าการตรวจหาโดยการสุ่ม
ผลการทดสอบ ทำให้ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น สั่งยกเลิกการจัดซื้อเครื่อง GT200 เพิ่มเติม และให้หน่วยงานที่ใช้อยู่ทบทวนเรื่องการใช้งาน
อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ กล่าวในรายการ “ค้นแบบวิทย์ คิดแบบอาจารย์เจษ” ยืนยันว่า สวทช.เคยทดสอบ GT200 ตั้งแต่ 14 ปีก่อน ให้เจ้าหน้าที่ EOD 3 เหล่าทัพใช้เครื่องตามหาระเบิดในห้องที่วางแบบสุ่มไว้ สุดท้ายพิสูจน์ได้ว่าเครื่องมันหาไม่เจอ
หน่วยงานจัดซื้อGT200
- กรมศุลกากร 6 เครื่อง 2.5 ล้านบาท
- กรมราชองครักษ์ 8 เครื่อง 9 ล้านบาท
- กองทัพบก 757 เครื่อง 682 ล้านบาท
- กองทัพเรือ 38 เครื่อง 39 ล้านบาท
- กองทัพอากาศ 26 เครื่อง 20.8 ล้านบาท
- สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ 6 เครื่อง 6.8 ล้านบาท
- สภ.ชัยนาท 1 เครื่อง 5.5 แสนบาท
- สตช. 1,230 ล้านบาท
- อบจ.สระแก้ว 2 เครื่อง 2.3 ล้านบาท
- อบจ.สมุทรปราการ 3 เครื่อง 1.8 ล้านบาท