กรมสอบสวนคดีพิเศษ ยังได้บูรณาการร่วมกันกับ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม / ส่วนป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า สจป.12 สาขากระบี่ / เจ้าพนักงานที่ดินอ.กระทู้ ตรวจสอบพื้นที่บุกรุกป่า “ป่าไม้ถาวรควนเขากมลา”
สืบเนื่องจากกรณีดีเอสไอ ได้รับการร้องเรียนว่า มีผู้ใช้รถแบคโฮ ขุดดินในเขตป่าควนเขากมลา พื้นที่คาบเกี่ยว ระหว่าง ต.กระทู้ อ.กระทู้ จ.ภูเก็ต กับ ต.เกาะแก้ว อ.เมือง จ.ภูเก็ต โดยมีผู้อ้างเอกสารสิทธิ์ น.ส.3 ก เลขที่ 32 ต.กระทู้ อ.กระทู้ เนื้อที่ประมาณ 12 ไร่เศษ ที่รัฐออกให้เมื่อปี 2508 ก่อนประกาศเขตป่าไม้ถาวรป่าควนเขากมลา เพียงปีเดียว
จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่า น.ส.3 ก ซึ่งไม่มีระวางภาพถ่ายทางอากาศ แต่พื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตป่าไม้ถาวร และป่าสงวนแห่งชาติ “ป่าเทือกเขากมลา” มีร่องรอยการขุดตักหน้าดิน แต่ไม่พบรถแบ็คโฮ และรถบรรทุกในพื้นที่เกิดเหตุแต่อย่างใด
โดยมีเนื้อที่ขุดตักหน้าดินประมาณ 5 ไร่ และมีการตัดถนนขึ้นไปบนภูเขามีความสูง 200 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล มีสภาพป่าไม้สมบูรณ์ และบางส่วนเป็นสวนยางพารา แต่ตามกฎหมายสิ่งแวดล้อม พื้นที่มีความสูงเกิน 80 เมตร ต้องผ่านการทำ EIA ก่อน กรณีนี้ นายกเทศมนตรีเมืองกระทู้ ได้นำคำสั่งปิดประกาศให้หยุดการขุดดิน ไว้ก่อน
ส่วนการแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาขุดหน้าดินโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.การขุดดินและถมดิน พ.ศ.2453 มาตรา 17 ให้ฝ่ายปกครอง ต.กระทู้ อ.กระทู้ กับ ต.เกาะแก้ว อ.เมือง ไปหาข้อตกลงร่วมกันเรื่องจุดเกิดเหตุใครเป็นเจ้าของพื้นที่ และมีหน้าที่เจ้งความดำเนินคดีต่อไป
ดีเอสไอ จะตรวจสอบการออกเอกสารสิทธิ น.ส. 3 ก ว่าถูกต้องหรือไม่ และ น.ส. 3 ก เลขที่ 32 ที่นำมาแสดง ตรงแปลงหรือไม่ ก่อนเสนออธิบดี ดีเอสไอ ไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ รับกรณีนี้ เป็นคดีพิเศษ หรือไม่