สำหรับข้ออ้างที่ว่า มีบัตรหลายใบเพราะทำบัตรสำรองไว้ แต่เมื่อตรวจสอบกับกลุ่มงานบริหารทั่วไป สำนักงานการประชุม ได้รับคำชี้แจงว่า ส.ส.จะมีบัตร 3 ใบ คือ 1. บัตรจริงที่มีรูปถ่าย มีเลขประจำตัว มีกรุ๊ปเลือด และชื่อพรรค 2.บัตรลงคะแนนไม่มีรูป มีแต่ชื่อและพรรคการเมือง 3. บัตรลงคะแนนพิเศษ หรือเอสพี ไม่มีรูป ไม่มีชื่อ มีเพียงเลขประจำตัวและพรรคการเมือง ทั้งสองใบ จะฝากไว้ที่กลุ่มงานบริหารทั่วไป หากสมาชิกจะขอใช้เนื่องจากลืมบัตรจริง จะต้องไปเขียนคำร้องขอใช้บัตรและเมื่อใช้เสร็จแล้วต้องนำไปคืน
คลิปที่มีการบันทึกภาพในวันลงคะแนนเมื่อปี 2556 ที่มี อดีต ส.ส.สมุทรสงคราม พรรคประชาธิปัตย์ รังสิมา รอดรัศมี นำมาแสดงนั้น บัตรที่ นริศร นำมาลงคะแนนทั้ง 3 ใบ เป็นบัตรจริงทั้งหมด เนื่องจากมีรูปสมาชิกชัดเจน คำชี้แจงของ นริศร ไม่น่าเชื่อถือ และไม่อาจรับฟังได้ ประกอบกับรัฐสภา ไม่เคยออกบัตรใหม่ให้นริศร และการลงมติถือเป็นเอกสิทธิ์เด็ดขาด สมาชิกหนึ่งคนจะลงมติได้เพียงครั้งเดียว รวมทั้งประจักษ์พยานอื่นที่มาเบิกความประกอบกับภาพถ่าย มีสมาชิกรัฐสภาหลายคนไม่ได้มาออกเสียงลงคะแนน แต่ได้มอบหมายให้สมาชิกบางคนมาออกเสียงแทน
ขณะที่ข้อกล่าวอ้างว่า นริศร เคยผ่านการผ่าตัดลิ้นลิ้นหัวใจรั่วมาแล้ว ทำให้เป็นคนอยู่เฉยๆ ไม่ได้นั้นก็รับฟังไม่ขึ้น
ทั้งหมดนี้นำมาสู่การชี้มูลของกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อเอาผิดทางอาญา กับอดีตส.ส.สกลนคร
เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. นิวัติไชย เกษมมงคล เปิดเผยว่า การที่ นริศร ออกเสียงแทนกับ ในร่างพ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2564 วินิจฉัยว่า การกระทำของ นริศร เป็นการใช้สิทธิเกินมาตรา 123 และเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต เพราะสิทธิหนึ่งเสียง ทำหน้าที่เพียงหนึ่งเสียง แต่ในคลิป นริศร ใช้สิทธิถึง 3 เสียง และมีมูลส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญปี 2550 มาตรา 68 มาตรา 122 มาตรา 123 มาตรา 126
คณะกรรมการ ป.ป.ช.จึงมีมติว่าเป็นการกระทำผิดทางอาญา หาผลประโยชน์โดยไม่ชอบ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่
ป.ป.ช.ได้ส่งสํานวนให้อัยการสูงสุด เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2564 คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของอัยการสูงสุด