ปี 2556 การประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 9 และมาตรา 10 ได้มีภาพบันทึกเหตุการณ์ ขณะ ส.ส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย “นริศร ทองธิราช” ใช้บัตรลงคะแนนอิเล็กทรอนิกส์ ลงคะแนนแทน ส.ส.คนอื่น ทั้งที่สมาชิกรัฐสภา มีสิทธิ์ออกเสียงเพียงเสียงเดียว

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

การกระทำของ นริศร มีผู้ยื่นคำร้องต่อ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้ดำเนินการเอาผิด เนื่องจากมีพฤติการณ์เข้าข่ายความผิดตาม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต มาตรา 123 และ 123/1 รวมถึงจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และทำให้ผู้อื่นเชื่อว่ามีตำแหน่งหน้าที่นั้น ๆ ทั้งที่ไม่ได้มีตำแหน่งเช่นที่ว่า แสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ ทำให้การลงคะแนนเสียงถูกบิดเบือน

 

เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. นิวัติไชย เกษมมงคล เปิดเผยพฤติการณ์คดีนี้ว่า ปี 2556 สภาผู้แทนราษฎรมีการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ. …. หรือที่รู้จักกันในชื่อ ร่าง พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท

 

สืบสวนความจริง คดีเด่นป.ป.ช. : “นริศร ทองธิราช”เสียบบัตรแทนกัน

 

นริศร ทองธิราช เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง ส.ส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย ทำการเสียบบัตรแทน ส.ส. คนอื่น ในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.เงินกู้ฯ ในวาระที่สอง จนมีการยื่นเรื่องร้องเรียนต่อประธานรัฐสภา เพื่อร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยให้ร่าง พ.ร.บ.เงินกู้ฯ ดังกล่าวขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ และยื่นเรื่องต่อสำนักงานคณะกรรมการ ป.ป.ช.เพื่อไต่สวน

 

สืบสวนความจริง คดีเด่นป.ป.ช. : “นริศร ทองธิราช”เสียบบัตรแทนกัน

คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดนายนริศร ทองธิราช ในข้อกล่าวหาเสียบบัตรแสดงตนในเครื่องคนอื่น และดึงออกมาเสียบใหม่ จึงเข้าข่ายมีมูลความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ พ.ร.บ.ป.ป.ช. มาตรา 123 และ 123/1 รวมถึงจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และทำให้ผู้อื่นเชื่อว่า มีตำแหน่งหน้าที่นั้น ๆ ทั้งที่ไม่ได้มีตำแหน่งเช่นที่ว่า แสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ ทำให้การลงคะแนนเสียงถูกบิดเบือน

 

เมื่อปลายปี 2559 คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดทางอาญา และถอดถอน นริศร จากพฤติกรรมของ นริศร ที่จงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง แสวงหาประโยชน์ เพื่อให้ที่ประชุมแก้ไขที่มา ส.ว. และเห็นชอบปิดอภิปรายเพื่อนำไปสู่การเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมเรื่องที่มาของ ส.ว. ส่งผลให้การออกเสียงลงคะแนนเพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญประเด็นที่มา ส.ว.ไม่เป็นไปตามเจตนารมที่แท้จริง และเป็นกระบวนการที่มิชอบ

 

สืบสวนความจริง คดีเด่นป.ป.ช. : “นริศร ทองธิราช”เสียบบัตรแทนกัน

 

กรรมการ ป.ป.ช. สุภา ปิยะจิตติ แถลงต่อ สนช. เมื่อ 28 ตุลาคม 2559 เพื่อดำเนินการกระบวนการถอดถอน นริศร ทองธิราช ออกจากตำแหน่ง โดยหักล้างข้ออ้างของ นริศร ทีละประเด็น

 

สำหรับข้ออ้างว่ามีการตัดต่อคลิปที่เป็นหลักฐานดำเนินคดี เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ได้ส่งให้พิสูจน์หลักฐาน ตรวจสอบและยืนยันว่าไม่มีการตัดต่อคลิป

 

สืบสวนความจริง คดีเด่นป.ป.ช. : “นริศร ทองธิราช”เสียบบัตรแทนกัน

สำหรับข้ออ้างที่ว่า มีบัตรหลายใบเพราะทำบัตรสำรองไว้ แต่เมื่อตรวจสอบกับกลุ่มงานบริหารทั่วไป สำนักงานการประชุม ได้รับคำชี้แจงว่า ส.ส.จะมีบัตร 3 ใบ คือ 1. บัตรจริงที่มีรูปถ่าย มีเลขประจำตัว มีกรุ๊ปเลือด และชื่อพรรค 2.บัตรลงคะแนนไม่มีรูป มีแต่ชื่อและพรรคการเมือง 3. บัตรลงคะแนนพิเศษ หรือเอสพี ไม่มีรูป ไม่มีชื่อ มีเพียงเลขประจำตัวและพรรคการเมือง ทั้งสองใบ จะฝากไว้ที่กลุ่มงานบริหารทั่วไป หากสมาชิกจะขอใช้เนื่องจากลืมบัตรจริง จะต้องไปเขียนคำร้องขอใช้บัตรและเมื่อใช้เสร็จแล้วต้องนำไปคืน

 

คลิปที่มีการบันทึกภาพในวันลงคะแนนเมื่อปี 2556 ที่มี อดีต ส.ส.สมุทรสงคราม พรรคประชาธิปัตย์ รังสิมา รอดรัศมี นำมาแสดงนั้น บัตรที่ นริศร นำมาลงคะแนนทั้ง 3 ใบ เป็นบัตรจริงทั้งหมด เนื่องจากมีรูปสมาชิกชัดเจน คำชี้แจงของ นริศร ไม่น่าเชื่อถือ และไม่อาจรับฟังได้ ประกอบกับรัฐสภา ไม่เคยออกบัตรใหม่ให้นริศร และการลงมติถือเป็นเอกสิทธิ์เด็ดขาด สมาชิกหนึ่งคนจะลงมติได้เพียงครั้งเดียว รวมทั้งประจักษ์พยานอื่นที่มาเบิกความประกอบกับภาพถ่าย มีสมาชิกรัฐสภาหลายคนไม่ได้มาออกเสียงลงคะแนน แต่ได้มอบหมายให้สมาชิกบางคนมาออกเสียงแทน

 

สืบสวนความจริง คดีเด่นป.ป.ช. : “นริศร ทองธิราช”เสียบบัตรแทนกัน

 

ขณะที่ข้อกล่าวอ้างว่า นริศร เคยผ่านการผ่าตัดลิ้นลิ้นหัวใจรั่วมาแล้ว ทำให้เป็นคนอยู่เฉยๆ ไม่ได้นั้นก็รับฟังไม่ขึ้น

 

ทั้งหมดนี้นำมาสู่การชี้มูลของกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อเอาผิดทางอาญา กับอดีตส.ส.สกลนคร

 

สืบสวนความจริง คดีเด่นป.ป.ช. : “นริศร ทองธิราช”เสียบบัตรแทนกัน

 

เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. นิวัติไชย เกษมมงคล เปิดเผยว่า การที่ นริศร ออกเสียงแทนกับ ในร่างพ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2564 วินิจฉัยว่า การกระทำของ นริศร เป็นการใช้สิทธิเกินมาตรา 123 และเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต เพราะสิทธิหนึ่งเสียง ทำหน้าที่เพียงหนึ่งเสียง แต่ในคลิป นริศร ใช้สิทธิถึง 3 เสียง และมีมูลส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญปี 2550 มาตรา 68 มาตรา 122 มาตรา 123 มาตรา 126

 

สืบสวนความจริง คดีเด่นป.ป.ช. : “นริศร ทองธิราช”เสียบบัตรแทนกัน

 

คณะกรรมการ ป.ป.ช.จึงมีมติว่าเป็นการกระทำผิดทางอาญา หาผลประโยชน์โดยไม่ชอบ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

 

ป.ป.ช.ได้ส่งสํานวนให้อัยการสูงสุด เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2564 คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของอัยการสูงสุด