หลังจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ อ้างว่าโอนสายไปที่สภ.เมืองเชียงใหม่ ได้มีผู้ชายอ้างว่าเป็นตำรวจมาคุยกับเหยื่อ เพื่อสร้างความเชื่อถือ และบอกว่าขอตรวจสอบก่อน
หลังทิ้งให้เหยื่อรอสายสักพักหนึ่ง ชายที่อ้างเป็นตำรวจบอกเหยื่อว่ามีส่วนพัวพันกับคดีฟอกเงิน
เหยื่อได้ปฏิเสธ ไปว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่คนร้ายพูดโน้มน้าวจนเหยื่อหลงเชื่อ และให้ยืนยันในความบริสุทธิ์ใจ ต้องมีการโอนเงินให้ตรวจสอบ
ตลอดเวลาการคุยโทรศัพท์ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ไม่เปิดโอกาสให้เหยื่อติดต่อกับญาติ คนใกล้ชิด หรือบุคคลที่สาม โดยบอกกับเหยื่อว่าอย่าเพิ่งบอกเรื่องนี้กับใคร เพราะเป็นความลับ เกรงว่าหากคนรู้เยอะ การดำเนินการก็จะล่าช้า
แก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกให้เหยื่อ โอนเงินทั้งในบัญชี และเงินสด และทองคำต้องนำไปจำนำเป็นเงินสดเพื่อโอนไปตรวจสอบกับ ป.ป.ง. หากตรวจสอบแล้วว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องจะโอนเงินกลับคืนมาภายในเวลา 2 ชั่วโมง ด้วยความบริสุทธิ์ใจ จึงโอนเงินให้ไป 6 ครั้ง
ช่วงเวลา 14.37 – 15.44 น. ครั้งแรกโอนไป 1,027,000 บาท ครั้งที่ 2 โอนไป 193,000 บาท ครั้งที่ 3 โอนไป 494,000 บาท ครั้งที่ 4 โอนไป 224,001 บาท โดย 4 ครั้งแรก เป็นธนาคารทหารไทยธนชาติ ชื่อบัญชี นางสาวศุภาวรรณ หงษา
ครั้งที่ 5 โอนไป 100,000 บาท ที่ธนาคารกสิกรไทย ชื่อบัญชีนายณัฐพนธ์ พุดสาดแสง และครั้งที่ 6 โอนไป 50,000 บาท ที่ธนาคารกรุงไทย ชื่อบัญชี นางสาวพรรัตน์ วงละคร
รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 2,088,001 บาท