เนชั่นทีวี

คลิปเด็ด

สืบสวนความจริง ตอน คดีทุจริตบ้านเอื้ออาทร

12 ก.พ. 2565 | kewalee_pal

สืบสวนความจริง ตอน คดีทุจริตบ้านเอื้ออาทร

คดีของคุณวัฒนา เมืองสุข เป็นคดีที่ศาลจะพิจารณาคำอุทธรณ์ของคุณวัฒนา ว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทจริตโครงการบ้านเอื้ออาทร แต่คดีนี้น่าสนใจเพราะว่า ศาลฎีกานักการเมือง ชั้นต้น ได้ตัดสินจำคุกคุณวัฒนา 99 ปี และเครือข่ายทุจริตบ้านเอื้ออาทรถูกตัดสินจำคุกทุกคน

โครงการบ้านเอื้ออาทร เป็นอีกหนึ่งในโครงการประชาชนนิยมในยุคสมัยรัฐบาลทักษิณ จัดทำขึ้นสำหรับเป็นที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อย และในช่วงการรัฐประหารวันที่ 19 กันยายน 2549 คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ  (คมช.) ได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.)  เพื่อตรวจสอบโครงการต่างๆ ที่จัดทำขึ้นในยุคทักษิณ หนึ่งในนั้นคือ โครงการบ้านเอื้ออาทร

 

คตส. ได้ส่งสำนวนการตรวจสอบทั้งหมดไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ซึ่งทาง ป.ป.ช. ได้ใช้เวลาในการตรวจสอบนานหลาย ปีและมีมติชี้มูล “วัฒนา เมืองสุข” อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์และพวก ส่งให้สำนักงานอัยการสูงสุดดำเนินการฟ้องร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

สืบสวนความจริง ตอน คดีทุจริตบ้านเอื้ออาทร

มีการกล่าวหาว่านายวัฒนาและพวก เรียกรับเงินจากบริษัทเอกชน ที่เข้ามาดำเนินโครงการบ้านเอื้ออาทร เพื่อให้เอกชนได้เป็นคู่สัญญากับการเคหะแห่งชาติ ทางฝั่งของบริษัทเอกชนได้ให้ข้อมูลว่าได้รับการติดต่อจากผู้ที่อ้างว่าเป็นนายวัฒนาและเสี่ยเปี๋ยง หรือ อภิชาติ จันทร์สกุลพร มาทวงถามค่าดำเนินการอนุมัติโครงการ

 

ปี 2562 แก้วสรร อติโพธิ อดีตกรรมการ คตส. ซึ่งเป็นคนสำคัญในการตรวจสอบโครงการบ้านเอื้ออาทร ได้ขึ้นเบิกความต่อศาลว่ามีการสร้างเครือข่ายเรียกรับเงินในการสร้างโครงการ เมื่อติดตามเส้นทางการเงินพบว่า มีการโอนเงินไปเครือข่ายเสี่ยเปี๋ยง เช่น น.ส.รัตนา แช่เฮ้ง น.ส.รุ่งเรือง ขุนปัญญา จากนั้น โอนเงินไปยัง "ร้านก๋วยเตี๋ยว" เพื่อบังหน้า จากนั้นนำเงินออกนอกประเทศและโอนกลับเข้ามายังบริษัท เพรซิเดนท์ อะกริ เทรด ดิ้ง ของเสี่ยเปี๊ยง ที่มีความใกล้ชิดกับนายวัฒนา โดยอ้างว่าเป็นรายได้จากการขายข้าว

 

วันที่ 24 กันยายน 2563 หลังจากที่ใช้เวลาในการตรวจสอบนานถึง 14 ปี ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สนามหลวง องค์คณะผู้พิพากษา 9 คน นัดอ่านคำพิพากษาคดีทุจริตบ้านเอื้ออาทร หมายเลขดำ อม.42/2561 ที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ยื่นฟ้องจำเลยรวม 14 ราย

สืบสวนความจริง ตอน คดีทุจริตบ้านเอื้ออาทร

 

ก่อนเข้ารับฟังคำพิพากษาคดีนายวัฒนา ได้เปิดใจผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยบอกว่าคดีนี้เป็นคดีติดตัวคดีสุดท้ายจากทั้งหมดประมาณ 10 คดี โดยมั่นใจในความบริสุทธิ์ของตัวเองใน 3 ประเด็น

- ไม่มีข้อเท็จจริงใดที่ชี้ให้เห็นว่ากติกาและกระบวนการทั้งหมดของโครงการไม่ถูกต้องชอบธรรม

- ตรงกันข้ามกลับมีหลักฐานแสดงความถูกต้องตามหลักธรรมาภิบาลและประสิทธิผลของโครงการการอนุมัติโครงการและรับซื้อโครงการดำเนินการอย่างถูกต้องทุกหน่วย เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานจึงหลุดพ้นจากข้อกล่าวหาทุกคน

- ไม่มีการรับผลประโยชน์หรือเส้นทางการเงินใดๆ เชื่อมโยงมาถึงผมหรือเจ้าหน้าที่รัฐคนใด

ยืนยันว่าจะมารับฟังคำพิพากษาด้วยตัวเองแม้จะมีคนบอกให้หนี เพราะคำตัดสินจะออกมาลงโทษให้จำคุกตลอดชีวิต

สืบสวนความจริง ตอน คดีทุจริตบ้านเอื้ออาทร

ในที่สุด ศาลฎีกาฯตัดสินพิพากษาจำคุก

จำเลยที่ 1 นายวัฒนา เมืองสุข ตัดสินจำคุกรวม 99 ปี จากความผิด 11 กระทง กระทงละ 9 ปี แต่ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 กำหนดอัตราโทษสูงสุด 50 ปี

จำเลยที่ 4 นายอภิชาติ จันทร์สกุลพร หรือเสี่ยเปี๋ยง นักธุรกิจค้าข้าวรายใหญ่ ตัดสินจำคุกรวม 66 ปี จากความผิด 11 กระทง กระทงละ 6 ปี แต่มาตรา 91 กำหนดโทษสูงสุด 50 ปี

จำเลยที่ 5 น.ส.รัตนา แซ่เฮ้ง ลูกน้องคนสนิทเสี่ยเปี๋ยง ตัดสินจำคุกรวม 20 ปี จากความผิด 5 กระทง กระทงละ 4 ปี

จำเลยที่ 6 น.ส.กรองทอง วงศ์แก้ว พนักงาน บจก.เพรซิเดนท์ อะกริ เทรดดิ้ง จำกัด ตัดสินจำคุกรวม 44 ปี จากความผิด 11 กระทง กระทงละ 4 ปี

จำเลยที่ 7 น.ส.รุ่งเรือง ขุนปัญญา พนักงาน บจก.เพรชิเดนท์ฯ ตัดสินจำคุกรวม 32 ปี จากความผิด 8 กระทง กระทงละ 4 ปี

จำเลยที่ 8 บริษัท เพรซิเดนท์ อะกริ เทรดดิ้ง จำกัด โดยนายปกรณ์ อัศวีนารักษ์ กรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน เป็นโทษปรับ เป็นจำนวนเงิน 270,000 บาท

จำเลยที่ 10 คือ นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) บัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักไทย ให้นับโทษต่อจากศาลจังหวัดพัทยา

 

 

ส่วนจำเลยที่ 2 นายมานะ วงศ์พิวัฒน์ อดีตบอร์ดการเคหะแห่งชาติ (กคช.)

จำเลยที่ 3 นายพรพรหม วงศ์พิวัฒน์ อดีต ผอ.ฝ่ายการเงิน บมจ. ปริญสิริ (PRIN)

จำเลยที่ 9 บริษัท ซิลเวอร์ อินเตอร์ กรุ๊ป จำกัด

จำเลยที่ 11-14 บริษัท พาสทิญาไทย จำกัด, บริษัท นามแฟทท์ คอนสตรัคชั่น (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท พรินชิพเทค ไทย จำกัด และ น.ส.สุภาวิดา คงสุข กรรมการผู้มี อำนาจทำการแทน ศาลฯมีคำสั่งยกฟ้อง

สืบสวนความจริง ตอน คดีทุจริตบ้านเอื้ออาทร

นอกจากนี้ ศาลยังสั่งให้ริบทรัพย์สินที่เกิดจากการกระทำผิดในโครงการทุจริตบ้านเอื้ออาทร ในส่วนของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 4 จำเลยที่ 6 และ จำเลยที่ 8 รวม 1,323 ล้านบาท จำเลยที่ 5 จำนวน 763 ล้านบาท จำเลยที่ 7 จำนวน 1,056 ล้านบาท และจำเลยที่ 10 จำนวน 40 ล้านบาท โดยต้องชำระภายใน 30 วัน หากไม่เป็นตามนี้จะต้องถูกคิดดอกเบี้ย 7.5% ต่อปี ซึ่งทนายความของนายวัฒนาได้ยื่นหลักทรัพย์ 10 ล้านบาท ให้ประกันตัวและมีเงื่อนไขห้ามออกนอกประเทศ และต่อมาได้ยื่นอุทธรณ์คดี

 

เมื่อวันที่ 4 ก.พ. 2565 ศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สนามหลวง องค์คณะวินิจฉัยอุทธรณ์ นัดแถลงปิดคดีชั้นอุทธรณ์ หลังจากฟังแถลงเสร็จ นายวัฒนาอ้างว่าคดีนี้เป็นการฟ้องเกินกว่าข้อกล่าวหาของ ป.ป.ช. ขอตั้งข้อสังเกตการวินิจฉัยของศาลที่ลงโทษขัดข้อเท็จจริงในเอกสาร 20,000 แผ่นหลายเรื่อง ซึ่งศาลไม่วินิจฉัยข้อเท็จจริงว่าตนมีส่วนเกี่ยวข้องหรือกระทำความผิดอย่างไร

 

ที่มาผ่านมานายวัฒนา เมืองสุข เคยถูกกล่าวหาในคดีทุจริตของ คตส.มาแล้วทั้งสิ้น 4 คดี คดีหวย รถดับเพลิง กล้ายาง และล่าสุดคือคดีบ้านเอื้ออาทร ซึ่งที่ผ่านมาถูกยกฟ้องทุกคดี และยืนยันจะสู้จนวินาทีสุดท้าย

ข่าวล่าสุด