ทีมวิจัยสวทช. กำลังเร่งทำการศึกษาการกลายพันธุ์ของโอมิครอน โดยการสร้างไวรัสจำลองขึ้นมา เพื่อทำการทดลองกับวัคซีนที่ใช้อยู่ในประเทศไทย เนื่องจากประเทศไทยยังไม่มีการตรวจพบไวรัสชนิดนี้ จึงต้องทำการตรวจสอบหาพันธุกรรมว่าไวรัสมีความรุนแรงเพียงใด สามารถหลบหลีกภูมิคุ้มกันได้ดีแค่ไหน โดยระยะนี้การป้องกันตัวเองเป็นสิ่งสำคัญที่สุด โดยเฉพาะการฉีดวัคซีนป้องกันการติดเชื้อโควิด19
โอมิครอน จะเป็นจุดเสี่ยงใหม่ที่จะเกิดการระบาดครั้งใหญ่อีกระลอกหรือไม่ เป็นเรื่องที่ต้องจับตาหลังจากนี้ โดยเฉพาะผู้ผลิตวัคซีนหลายค่ายออกมาเคลื่อนไหว ล่าสุด สเตฟาน บันเซล ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหารของ Moderna มองว่าประสิทธิภาพของวัคซีนในการป้องกันไวรัสสายพันธุ์นี้จะไม่เท่ากับ สายพันธุ์เดลตา
และคิดว่าประสิทธิภาพจะลดลง ซึ่งอาจต้องใช้เวลาหลายเดือน จึงจะสามารถผลิตวัคซีนป้องกันไวรัสสายพันธุ์โอมิครอนได้อย่างเพียงพอ
ขณะที่โฆษกของแอสตราเซเนกา บอกว่าขณะนี้ บริษัทกำลังทำการวิจัยในประเทศบอตสวานา เพื่อรวบรวมข้อมูลไวรัสสายพันธุ์ใหม่จากโลกจริงไปเปรียบเทียบกับประสิทธิภาพวัคซีนของบริษัท อีกทั้ง ยังได้นำยาแอนติบอดีชนิดฉีดเข้ากล้ามเนื้อ มาทดสอบใช้กับสายพันธุ์โอไมครอนอีกด้วย
ด้านบริษัทไฟเซอร์-ไบออนเทค เปิดเผยว่ากำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบประสิทธิภาพวัคซีนกับสายพันธุ์โอไมครอน คาดว่าจะมีการเปิดเผยข้อมูลในอีก 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า
ส่วนบริษัทจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ด้านโฆษกยืนยันว่า กำลังอยู่ระหว่างการทดสอบประสิทธิภาพวัคซีนกับสายพันธุ์โอไมครอนเช่นกัน
จะเห็นได้ว่าคนที่รับวัคซีนครบแล้ว ก็สามารถติดเชื้อโอมิครอนได้ง่ายกว่าปกติ
คำถามต่อมาคือติดเชื้อแล้วจะเป็นอย่างไรต่อ จะหายป่วยไวหรือไม่ ถ้าหายป่วยไวก็เป็นสิ่งที่ไม่ต้องกังวลมาก แต่บางคนติดเชื้อแล้วอาการหนัก ก็จะต้องเป็นเรื่องที่นักวิทยาศาสตร์จะต้องศึกษาต่อไป กับอีกหนึ่งประเด็นที่รัฐบาลควรจะทบทวน คือเรื่องการเปิด-ปิดประเทศ รวมถึง การเพิ่มมาตรการการกักตัว เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายเชื้อสายพันธุ์โอมิครอน