svasdssvasds
เนชั่นทีวี

สุขภาพ

Safe Sex Guide เตือนภัยวัยว้าวุ่นระวัง 13 กามโรค รักอย่างปลอดภัยวาเลนไทน์

07 กุมภาพันธ์ 2567
เกาะติดข่าวสาร >> NationTV
logoline

เตือนวัยรุ่นรักสนุกวันวาเลนไทน์ ระวัง 13 โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ยอดฮิตที่ติดมากับเซ็กส์ พบมากไม่แพ้เอดส์ รู้ทันป้องกันได้!!

14 กุมภาพันธ์ วันแห่งความรัก ช่วงเทศกาลวาเลนไทน์มักมีการแสดงความรักผ่านการมอบดอกไม้ ช็อกโกแลต รวมทั้งการมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งอาจตามมาด้วย “ปัญหาท้องก่อนวัย” และ “โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์” ที่มีแนวโน้มสูงขึ้นทุกปี ชวนวัยรุ่นไทย SafeSex วันวาเลนไทน์ รักสนุกต้องป้องกัน พร้อมเผย 13 โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ยอดฮิตที่ติดมากับเซ็กส์ รู้ทันป้องกันได้!!

Safe Sex Guide เตือนภัยวัยว้าวุ่นระวัง 13 กามโรค รักอย่างปลอดภัยวาเลนไทน์

“กามโรค” โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ คืออะไร ?

คือกลุ่มโรคที่เกิดจากการติดต่อผ่านทางเพศสัมพันธ์กับคนที่เป็นโรคหรือคนที่ติดเชื้อ ไม่ว่าจะเป็นการร่วมเพศทางช่องคลอด ทางปาก หรือทางทวารหนัก เดิมมีชื่อว่า “กามโรค” (Venereal Diseases) ในปัจจุบันมีการค้นพบโรคในกลุ่มดังกล่าวเพิ่มขึ้นจึงเปลี่ยนชื่อเป็น “โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์” (Sexually Transmitted Infections, STIs) โรคที่สำคัญคือ ซิฟิลิส หนองในแท้ หนองในเทียม เริม และเอชพีวี

Safe Sex Guide ใช้ถุงยางอนามัยมีดีตรงไหน?

  • ถุงยางอนามัย มีประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดถึง 98 % หากใช้อย่างถูกวิธี
  • ถุงยางอนามัยช่วยป้องกันการติดเชื้อได้ HIV 70-87 % ในกลุ่มชายรักชายและมากกว่า 90 % ในกลุ่มคู่รักชายหญิงนอกจากนั้นยังช่วยป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น โรคเริม โรคตับอักเสบบี โรคหูดหงอนไก่ โรคหนองในแท้และเทียม โรคซิฟิลิส ได้ 50-90%

 

Safe Sex Guide เตือนภัยวัยว้าวุ่นระวัง 13 กามโรค รักอย่างปลอดภัยวาเลนไทน์

13 “กามโรค” โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ สาเหตุ ระยะฟักตัว อาการของโรคเป็นอย่างไร? 

ซิฟิลิส

สาเหตุ เชื้อแบคทีเรีย Treponema pallidum

ระยะฟักตัว 10 – 90 วัน (เฉลี่ย 21 วัน)

อาการโรค ระยะแรกจะมีแผลที่อวัยวะเพศ เป็นขอบแข็ง ไม่เจ็บ ถ้าไม่ได้รักษา แผลจะหายได้เอง แต่โรคจะดำเนินต่อไป มีผื่นขึ้นตามลำตัว ฝ่ามือฝ่าเท้า ทวารหนัก และช่องปาก ผมร่วง ปวดข้อ ถ้ายังไม่ได้รักษาอีก โรคจะเข้าสู่ระยะสงบ ไม่มีอาการ ทราบได้จากการตรวจเลือดเท่านั้น หลังจากนั้นอีกหลายปีจะเข้าสู่ระยะสุดท้ายของโรค มีผิวหนังเป็นก้อนนูนแตกเป็นแผล กระดูกอักเสบ ตาบอด หูหนวก สมองพิการ เส้นเลือดใหญ่ที่หัวใจโป่งพอง และเสียชีวิตในที่สุด

หนองในแท้

สาเหตุ เชื้อแบคทีเรีย Neisseria gonorrhoeae

ระยะฟักตัว 2 – 7 วัน

อาการโรค ผู้ป่วยชายจะมีอาการปัสสาวะแสบขัด มีหนองข้นไหลออกจากปลายท่อปัสสาวะ ในขณะที่ผู้ป่วยหญิงอาจจะไม่มีอาการ หรือมีอาการน้อย เช่น ตกขาว ถ้าไม่ได้รักษา โรคจะลุกลามเกิดเป็นอุ้งเชิงกรานอักเสบ ท่อรังไข่ตีบตัน ท่ออสุจิตีบตัน ต่อมลูกหมากอักเสบ เป็นหมัน ผื่นขึ้นตามลำตัวและเยื่อบุ ปวดตามข้อ

 

หนองในเทียม

สาเหตุ เชื้อแบคทีเรีย Chlamydia trachomatis

ระยะฟักตัว เฉลี่ย 7 วัน

อาการโรค มีอาการปัสสาวะแสบขัด มีหนองใสไหลออกจากปลายท่อปัสสาวะ บางรายอาจไม่มีอาการ ถ้าไม่ได้รักษา โรคจะลุกลามเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ในลักษณะเดียวกับโรคหนองในแท้

 

เริม

สาเหตุ เชื้อไวรัส Herpes simplex virus

ระยะฟักตัว 2 – 14 วัน

อาการโรค เกิดจากการสัมผัสโดยตรงกับผู้ที่เป็นโรคเชื้อไวรัสจะเข้าสู่ผิวหนัง ทำให้เกิดเป็นโรคเริมครั้งแรก หลังจากนั้นเชื้อไวรัสจะเข้าสะสมในปมเส้นประสาท และเมื่อเกิดปัจจัยกระตุ้นเชื้อจะเคลื่อนจากปมประสาทมาตามเส้นประสาทจนถึงปลายประสาท และเกิดโรคซ้ำที่ผิวหนังหรือเยื่อบุ โดยการเกิดโรคเริมนั้น สามารถพบได้ในหลายตำแหน่ง เช่น ที่ริมฝีปาก หรือบริเวณอวัยวะเพศ มีตุ่มน้ำใสขึ้นเป็นกลุ่ม ร่วมกับอาการปวด แสบ และคันบริเวณอวัยวะเพศและทวารหนัก บางรายมีตุ่มน้ำใสขึ้นที่ริมฝีปาก ในช่องปาก เมื่อมีการติดเชื้อเริมแล้วเชื้อจะหลบอยู่ในร่างกาย เมื่อร่างกายอ่อนแอจะสามารถทำให้เกิดโรคเริมกำเริบขึ้นได้

 

เอชพีวี (HPV)

สาเหตุ เชื้อไวรัส Human papilloma virus

ระยะฟักตัว 3 เดือน จนถึงหลายปี

อาการโรค ส่วนใหญ่ไม่มีอาการหลังติดเชื้อ จะแสดงอาการหลังติดเชื้อได้ 2 ลักษณะคือ อาการหูดหงอนไก่ มีลักษณะเป็นก้อนหรือติ่งเนื้อ ผิวขรุขระ และไม่เจ็บบริเวณอวัยวะเพศและทวารหนัก และอาการของโรคมะเร็งบริเวณอวัยวะเพศได้แก่ มะเร็งปากมดลูก และมะเร็งทวารหนัก

 

เอดส์ AIDS (Acquired Immune Deficiency Syndrome)

สาเหตุ เชื้อไวรัส Human Immunodeficiency Virus  เป็นเชื้อไวรัสที่ทำลายระบบภูมิคุ้มกันของคน

ระยะฟักตัว 2 สัปดาห์ จนถึงหลายเดือน

อาการโรค เมื่อร่างกายติดเชื้อเอชไอวี เชื้อจะโจมตีระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายอ่อนแอลงจนไม่สามารถต่อสู้กับเชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกายได้ จนในที่สุดเชื้อไวรัสจะโจมตีร่างกายทั้งหมด  อาการอันตรายได้แก่ ท้องเสียเรื้อรังนานกว่าหนึ่งสัปดาห์ เหนื่อยผิดปกติ อาการไข้ที่กลับมาเป็นซ้ำๆ เหงื่อออกตอนกลางคืน น้ำหนักลดอย่างรวดเร็ว มีผื่นตามผิวหนัง ในช่องปาก จมูกและเปลือกตา แผลที่ริมฝีปาก อวัยวะเพศและทวารหนัก อาการบวมที่ต่อมน้ำเหลืองบริเวณคอ รักแร้และขาหนีบ ปอดอักเสบ สูญเสียความจำ อาการซึมเศร้าและอาการทางระบบประสาทอื่นๆ

 

เชื้อราในช่องคลอด

เกิดจากเชื้อรา แคนดิดา อัลบิแคนส์ (Candida Albicans) โดยปกติเป็นเชื้อที่อยู่ในช่องคลอดโดยไม่ทำให้เกิดโรค แต่ถ้าร่างกายมีภูมิคุ้มกันต้านทานโรคต่ำ ได้รับยาปฏิชีวนะเป็นเวลานาน หรือมีโรคประจำตัวบางชนิด เช่น โรคเบาหวาน โรคเอดส์ หรือมีภาวะอับชื้นบริเวณอวัยวะเพศเป็นเวลานานๆ ก็จะทำให้เชื้อรามีปริมาณมากขึ้นจนก่อโรค โดยอาการสำคัญที่ควรต้องเข้ามาปรึกษาแพทย์ ได้แก่ ตกขาวผิดปกติ มีกลิ่น,ผนังช่องคลอดมีลักษณะบวมแดง , มีอาการคันบริเวณอวัยวะเพศและภายในช่องคลอด อาการดังกล่าวเหล่านี้เป็นอาการที่บ่งบอกถึงความเสี่ยงที่จะเป็นโรคที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ขั้นรุนแรง

 

โรคพยาธิไตรโคโมนีเอซิส (Trichomoniasis)

ทั้งผู้ชายและผู้หญิงที่ติดโรคพยาธิไตรโคโมนีเอซิส โดยมากจะไม่รู้ว่าตัวเองเป็นโรคนี้ เพราะมันจะไม่แสดงอาการใดๆ ออกมาเลยในช่วงแรก แต่ในรายที่แสดงอาการจะรู้สึกคันหรือแสบบริเวณอวัยวะเพศ มีหนองไหลออกจากอวัยวะเพศ และทำให้เป็นโรคท่อปัสสาวะอักเสบด้วย

 

โรคฝีมะม่วง
อาการ มีแผลที่อวัยวะเพศ ต่อมน้ำเหลืองที่ขาหนีบโต มีหนองไหลออกมา นอกจากนี้ยังมีอาการท่อปัสสาวะอักเสบ และอาจมีหนองและเลือดออกมาจากรูทวาร เมื่อปวดเบ่งอุจจาระ 

 

หูด

โรคหูดที่อวัยวะสืบพันธุ์ (Genital Warts) เป็นโรคที่เกิดจากการมีเซ็กซ์กับคนที่มีเชื้อ Human Papillomavirus อาการทั่วไปของโรคหูดที่เห็นได้ชัดเจนคือ แผลหูดจะมีลักษณะคล้ายเนื้อเยื่อนูนและตะปุ่มตะป่ำเกิดขึ้นที่อวัยวะสืบพันธุ์หรือทวารหนัก เมื่อมีการติดเชื้อไวรัสชนิดนี้จะเข้าไปรบกวนการแบ่งตัวของเซลล์ชั้นล่างสุดของเยื่อบุเซลล์ที่แบ่งตัวจะเปลี่ยนรูปร่าง และหน้าที่จนควบคุมไม่ได้ เกิดเป็นเนื้องอกนูนออกมาลักษณะเป็นติ่งเนื้ออ่อนๆ สีชมพูคล้ายหงอนไก่ ชอบขึ้นที่อุ่น และอับชื้น ในผู้ชายมักพบที่อวัยวะเพศบริเวณใต้หนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย ตลอดทั้งบริเวณรอบรอยเปิดขอบท่อปัสสาวะ และอัณฑะ ส่วนผู้หญิงจะพบที่ปากช่องคลอด ผนังช่องคลอด ปากมดลูก ปากทวารหนัก และฝีเย็บหูดมีขนาดโตขึ้นเรื่อย

 

โรคไวรัสตับอักเสบบี (Hepatitis B)

เกิดจากการมีเซ็กซ์กับคนที่มีเชื้อ Hepatitis B Virus จากสัมผัสเลือดหรือของเหลว อาการทั่วไปผู้ป่วยจะเบื่ออาหาร มีไข้ต่ำ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อและข้อต่อ และทำให้เป็นโรคดีซ่านได้

 

โลน

อาการคันที่หัวหน่าว ทวาร หน้าอก ลำตัว รักแร้ แต่ไม่พบที่ศีรษะ ถ้ายิ่งเกาก็จะยิ่งแพร่เชื้อ

 

โรคแผลริมอ่อน

จะมีอาการขาหนีบบวมโตหรือไข่ดันบวม และมีแผลที่อวัยวะเพศ ต่อมน้ำเหลืองกลายเป็นฝี โรคแผลริมอ่อน
อาการ  พบตุ่มนูน และเจ็บบริเวณเส้นสองสลึง หลังจากนี้จะมีแผลเล็กๆ ก้นแผลมีหนอง ขอบแผลนูนไม่เรียบ นุ่ม ไม่แข็ง ผู้ชายจะเจ็บมาก แต่ผู้หญิงอาจไม่เจ็บ จึงทำให้เกิดการติดต่อสู่ผู้อื่นได้ง่าย ต่อมน้ำเหลืองที่ขาหนีบโต กดเจ็บ หากแตกเป็นหนองจะเรียกว่าฝีมะม่วง

Safe Sex Guide เตือนภัยวัยว้าวุ่นระวัง 13 กามโรค รักอย่างปลอดภัยวาเลนไทน์

รู้หรือไม! ใครบ้างเสี่ยงติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์?

คนที่มีกิจกรรมทางเพศบ่อย มีคู่นอนหลายคน อายุน้อย ไม่ใส่ถุงยางอนามัยเวลามีเพศสัมพันธ์ เคยมีประวัติเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในอดีต ดื่มสุรา และใช้สารเสพติด

เราสามารถติดโรคจากคนที่ไม่มีอาการ ภายนอกดูแข็งแรงปกติ ได้หรือไม่ ?

ในบางระยะของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ผู้ติดเชื้อจะไม่แสดงอาการผิดปกติ ทำให้ไม่ทราบว่าตนเองมีเชื้ออยู่ แต่สามารถแพร่กระจายเชื้อไปสู่คู่นอนได้ การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ใส่ถุงยางอนามัยแม้เพียงครั้งเดียว ก็สามารถทำให้ติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ รวมถึงเชื้อเอชไอวีได้

จะปฏิบัติตัวอย่างไร เมื่อสงสัยว่าอาจติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ?

เมื่อพบว่ามีอาการผิดปกติที่สงสัยว่าเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หรือเพิ่งมีความเสี่ยงในการติดโรค ควรรีบปรึกษาแพทย์ และงดการมีเพศสัมพันธ์ชั่วคราวเพื่อลดการแพร่กระจายเชื้อไปยังบุคคลอื่นจนกว่าจะทราบผลการตรวจ ถ้าแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นโรคควรงดการมีเพศสัมพันธ์ จนกว่าจะได้รับการรักษาจนหาย และแนะนำให้คู่นอนในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา เข้ารับการตรวจรักษาด้วย 

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ รักษาให้หายขาดได้หรือไม่ ?

โรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียสามารถรักษาให้หายขาดได้ โดยการกินหรือฉีดยาปฏิชีวนะให้ครบตามแพทย์สั่ง และให้ความสำคัญกับการพาคู่นอนมารับการตรวจรักษา ส่วนโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสบางชนิดจะอยู่ในร่างกายตลอดชีวิต เช่น เริม การรักษาจะช่วยควบคุมอาการโรคได้ แต่การติดเชื้อไวรัสบางชนิด เช่น เอชพีวี ร่างกายอาจกำจัดเชื้อได้เอง หากกำจัดไม่ได้เชื้ออาจก่อให้เกิดโรคมะเร็งในอนาคต 

 

How to Safe Sex รักอย่างปลอดภัยวันวาเลนไทน์

• Safe SEX is No SEX วิธีการมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัยที่สุด คือการไม่มีเพศสัมพันธ์ หรือเลือกใช้วิธีการสำเร็จความใคร่ด้วยตนเองในที่ส่วนตัว และลดการสัมผัสระหว่างกันเพื่อปลอดภัยจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และโรคติดเชื้อ

• One Love รักเดียวใจเดียวและมีเพศสัมพันธ์กับคู่รักที่อยู่ร่วมกัน โดยใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์เพื่อคุมกำเนิด และหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์กับคนที่พึ่งรู้จัก หรือคนที่ไม่รู้สถานะการติดเชื้อ

• Start Condom Safe your SEX พกอุปกรณ์ป้องกันให้พร้อมตลอดเวลา เช่น ถุงยางอนามัย

• Testing Together หากมีอาการของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อขอรับการตรวจทันที ไม่ควรซื้อยากินเอง พร้อมทั้งชวนคู่ไปตรวจและงดการมีเพศสัมพันธ์ในระหว่างการดูแลรักษา

 

 

 

logoline