ทำไมไข้เลือดออก จึงเพิ่มมากขึ้น?
การระบาดของไข้เลือดออกในประเทศไทย อาการของไข้เลือดออกเดงกี เทียบกับอาการของโรคอื่น โรคไข้เลือดออกเดงกี โรคชิคุนกุนยา โรคมาลาเรีย โรคไข้ซิก้า หรือโรคอื่น ๆ ที่เกิดจากเชื้อไวรัส เช่น หวัด หรือแม้กระทั่งโรคโควิด-19 อาจทำให้เราเกิดความสับสนเกี่ยวกับอาการของโรคได้
โรคไข้เลือดออกเดงกี โรคชิคุนกุนยา โรคไข้ซิก้า เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสที่มียุงชนิดเดียวกันเป็นพาหะ ซึ่งมักจะกัดเราในเวลากลางวัน ในขณะที่โรคมาลาเรียเองก็มียุงเป็นพาหะ แต่เกิดจากเชื้อปรสิต ซึ่งโรคเหล่านี้ทำให้เกิดอาการต่างๆ ขึ้นมากมาย รวมไปถึง อาการไข้ ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ และปวดข้อ ซึ่งไข้หวัดและโรคโควิด-19 ก็อาจทำให้เกิดอาการเหล่านี้ในระยะเริ่มต้นของการติดเชื้อได้เช่นกัน
อย่างไรก็ตาม อาการอื่น ๆ ของโรคโควิด-19 ก็มีความแตกต่างออกไปจากการติดเชื้อไข้เลือดออกเดงกี นั่นก็คือ อาการไอ หายใจหอบ สูญเสียการรับรู้รสหรือกลิ่น เจ็บคอ คัดจมูก น้ำมูกไหล และท้องเสีย และที่สำคัญคือยุงไม่ใช่พาหะนำโรคที่ก่อให้เกิดหวัด หรือโรคโควิด-19 หากแต่เกิดจากการสัมผัสบุคคลที่มีเชื้อไวรัส
จากข้อมูลข้างต้น แม้โรคเหล่านี้จะมีอาการแสดงที่เหมือนกัน แต่ความรุนแรงก็แตกต่างกันไปในแต่ละโรค ดังนั้นจึงเป็นเรื่องยากที่เราจะวินิจฉัยโรคด้วยตัวเอง หากเรามีอาการเหล่านี้และคิดว่าอาจเป็นไข้เลือดออกเดงกี ให้รีบปรึกษาแพทย์ เพื่อทำการตรวจยืนยันว่าเป็นไข้เลือดออกเดงกีหรือเกิดจากโรคอื่น เพื่อการรักษาที่ถูกต้องและเหมาะสม
ป้องกันโรคไข้เลือดออก
การป้องกัน สามารถ 3 วิธีหลัก ๆ ในการป้องกันโรคไข้เลือดออก ได้แก่
- 1. เลี่ยงยุงลายกัด ใช้ยากันยุงประเภทต่าง ๆ ติดมุ้งลวด ใช้มุ้งกันยุงในห้องนอนแบบมิดชิด
- 2. ปราบยุงลาย ฉีดยาฆ่ายุงภายในบ้าน หากเป็นสถานที่คนหมู่มากอาจพ่นสารเคมีหรือหมอกควัน
- 3. กำจัดลูกน้ำยุงลาย อันดับแรกสำรวจภาชนะที่มีน้ำขังภายในบ้าน อาทิ กระป๋อง กระถางต้นไม้ ตุ่ม โอ่ง จากนั้นคว่ำภาชนะหรือเปลี่ยนน้ำบ่อย ๆ
ไข้เลือดออก ป้องกันได้ด้วยวัคซีน
วัคซีนไข้เลือดออก ในปัจจุบันสามารถฉีดได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ ที่มีอายุระหว่าง 4-60 ปี วัคซีนมีประสิทธิภาพในการป้องกันไข้เลือดออกจากทุกสายพันธุ์ ได้ 80.2% และป้องกันการนอนโรงพยาบาลได้ 90.4%
วัคซีนไข้เลือดออกในประเทศไทย ปัจจุบันแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ
1. วัคซีนป้องกันไข้เลือดออก ชนิด 3 เข็ม (Dengvaxia) เป็นวัคซีนไข้เลือดออกชนิดแรกที่ได้รับการอนุมัติให้ใช้ใน 21 ประเทศทั่วโลก และเป็นวัคซีนไข้เลือดออกชนิดเดียวที่ได้รับการอนุมัติโดยองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา USFDA
- ชนิดของวัคซีน : วัคซีนเดงวาเซีย (Dengvaxia) เป็นวัคซีนชนิดเชื้อเป็นอ่อนฤทธิ์ ผลิตโดยบริษัท ซาโนฟี ปาสเตอร์ จำกัด โดยไวรัสที่อ่อนฤทธิ์ในวัคซีนจะเข้าไปแบ่งตัวและกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้อ
- การฉีดวัคซีน : จะฉีดบริเวณต้นแขน ห่างกันเข็มละ 6 เดือน เมื่อฉีดครบ 3 เข็ม จะป้องกันไข้เลือดออกได้เป็นระยะเวลา 5-6 ปี
- ประสิทธิภาพ : ป้องกันเชื้อไวรัสไข้เลือดออกทั้ง 4 สายพันธุ์ได้ 80% ลดความรุนแรงของโรคได้ 80% และลดอัตราการนอนโรงพยาบาลได้ 75%
วัคซีนเดงวาเซีย (Dengvaxia) เหมาะสำหรับ ผู้ที่เคยมีประวัติเป็นไข้เลือดออกมาก่อน ในผู้ที่ไม่เคยเป็นไข้เลือดออกมาก่อน แนะนำให้ตรวจภูมิคุ้มกันก่อนรับวัคซีน สามารถใช้ในผู้ที่มีอายุ 6-45 ปี ฉีด 3 เข็ม ห่างกันเข็มละ 6 เดือน
2. วัคซีนป้องกันไข้เลือดออก ชนิด 2 เข็ม (QDenga) เป็นวัคซีนไข้เลือดออกตัวล่าสุด ที่พัฒนาโดยใช้ Backbone ของไข้เลือดออกสายพันธุ์ที่ 2 ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ระบาดมากที่สุดในประเทศไทย
ชนิดของวัคซีน : วัคซีนคิวเดงกา (Qdenga) เป็นวัคซีนชนิดเชื้อเป็นอ่อนฤทธิ์ ผลิตและนำเข้ามาจากประเทศเยอรมนี โดยไวรัสที่อ่อนฤทธิ์ในวัคซีนจะเข้าไปแบ่งตัวและกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้อ
- การฉีดวัคซีน : จะฉีดบริเวณต้นแขน ห่างกันเข็มละ 3 เดือน
- ประสิทธิภาพ : ป้องกันเชื้อไวรัสไข้เลือดออกทั้ง 4 สายพันธุ์ได้ 80% ลดอัตราการนอนโรงพยาบาล และลดความรุนแรงของโรคได้ 90.4%
วัคซีนคิวเดงกา (Qdenga) สามารถฉีดได้ทั้งผู้ที่เคยและไม่เคยเป็นไข้เลือดออกมาก่อน ไม่จำเป็นต้องตรวจภูมิคุ้มกันก่อนการรับวัคซีน สามารถใช้ในผู้ที่มีอายุ 4-60 ปี ฉีด 2 เข็ม ห่างกันเข็มละ 3 เดือน
อย่างไรก็ตาม ข้อควรรู้ก่อนฉีดวัคซีนไข้เลือดออก โดยหลีกเลี่ยงการเข้ารับวัคซีนขณะมีไข้ หรือไม่สบาย หลีกเลี่ยงการเข้ารับวัคซีนขณะตั้งครรภ์ หรืออยู่ระหว่างการให้นมบุตร แนะนำให้เว้นระยะห่างจากการฉีดวัคซีนเชื้อเป็นอื่นๆ อย่างน้อย 4 สัปดาห์ อาการข้างเคียงที่พบได้คือ ปวด ห้อเลือด บวมและคันบริเวณที่ฉีด ปวดกล้ามเนื้อ ปวดหัว มีไข้ต่ำๆ