เนชั่นทีวี

Lifestyle

‘กรวยไตติดเชื้อ’ เหตุดื่มน้ำน้อย-กลั้นปัสสาวะบ่อย ป้องกันอย่างไร?

25 ต.ค. 2566 | warunee_man

‘กรวยไตติดเชื้อ’ เหตุดื่มน้ำน้อย-กลั้นปัสสาวะบ่อย ป้องกันอย่างไร?

‘กรวยไตติดเชื้อ’ ภัยสุขภาพใกล้ตัวคนวัยทำงานที่ป้องกันได้ สาวโพสต์คลิปแชร์อุทาหรณ์เตือนคนดื่มน้ำน้อยและชอบกลั้นปัสสาวะบ่อยๆ ระวังป่วยต้องนอนแอดมิตที่โรงพยาบาล

อุทาหรณ์จากโซเชียล หญิงสาวแชร์ประสบการณ์ป่วยที่เกิดขึ้นกับตัวเองผ่านชื่อ Tiktok “oxryezo” ถึงเรื่องราวในขณะตัวเองนอนแอดมิตอยู่ที่โรงพยาบาล พร้อมเล่าว่าปกติเป็นคนดื่มน้ำน้อย ดื่มแต่น้ำหวาน เวลาที่ออกไปข้างนอกจะไม่ค่อยกล้าเข้าห้องน้ำสาธารณะก็เลยกลั้นปัสสาวะไว้ทั้งวัน ทำให้ล่าสุดปัสสาวะน้อยแต่ปวดปัสสาวะบ่อยขึ้น พร้อมกับมีอาการปวดท้องและปวดหลังประมาณ 4-5 วัน ตอนแรกไม่คิดอะไรเพราะเป็นๆ หายๆ จนกระทั่งทนไม่ไหวเลยไปโรงพยาบาล หมอจับแอดมิตทันทีเพราะ "กรวยไตด้านขวาติดเชื้อ"

ซึ่งหลังจากที่ผู้โพสต์ได้โพสต์คลิปเตือนภัย ก็มีคนเข้ามาคอมเมนต์กันเป็นจำนวนมาก หลายคนขอบคุณผู้โพสต์ที่ออกมาแชร์เรื่องราว ขณะที่บางคนก็เล่าประสบการณ์ของตัวเองที่เคยเป็นแบบนี้เหมือนกัน ใครที่กำลังมีพฤติกรรมแบบนี้อยู่รีบปรับเปลี่ยนทันที ถ้าไม่อยากต้องแอดมิตนอนโรงพยาบาล

รู้จักโรคติดเชื้อที่กรวยไต

ข้อมูลโดย รศ.นพ.ณัฐชัย ศรีสวัสดิ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย อธิบายเรื่องนี้ไว้ว่า โรคติดเชื้อที่กรวยไต เกิดจากการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ มีปัจจัยเสี่ยงก่อโรค เช่น ภาวะอุดกั้นทางเดินปัสสาวะ โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ ก่อให้เกิดได้ทั้งโรคติดเชื้อที่กรวยตแบบเฉียบพลันหรือแบบเรื้อรัง แต่ส่วนใหญ่มักเป็นแบบเฉียบพลันและพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย

อาการ

  • อาเจียน
  • ไข้ขึ้นสูง หนาวสั่น
  • ปวดบริเวณสีข้างหรือขั้นเอวอย่างเฉียบพลัน
  • ปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะมีกลิ่นเหม็น สีขุ่นมีเลือดหรือหนองปนมากับปัสสาวะ

หากมีอาการดังกล่าวควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อเข้ารับการรักษาทันที เนื่องจากอาจทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิต

การวินิจฉัย

  • การตรวจปัสสาวะเพื่อดูการติดเชื้อ และอาจส่งเพาะเชื้อเพื่อทราบถึงชนิดของเชื้อก่อโรค
  • การตรวจเลือด เพื่อประเมินความรุนแรงของการติดเชื้อ รวมถึงอาจส่งเพาะเชื้อเพื่อประเมินการติดเชื้อในกระแสเลือด

การรักษา

  • อาการไม่รุนแรง อาจรักษาโดยการรับประทานยาฆ่าเชื้อ
  • อาการรุนแรง จำเป็นต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลและฉีดยาฆ่าเชื้อ

‘กรวยไตติดเชื้อ’ เหตุดื่มน้ำน้อย-กลั้นปัสสาวะบ่อย ป้องกันอย่างไร?

ดื่มน้ำน้อยเกินไปเกิดอะไรได้บ้าง

ถ้าเราดื่มน้ำน้อย จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการไหลเวียนของเลือดไปตามส่วนต่างๆ ในร่างกาย เมื่อเป็นแบบนี้นานวันเข้าจะทำให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพ เช่น ปวดศีรษะ อ่อนเพลียเรื้อรัง มีเสียงในหู ความจำเสื่อม เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีอาการทางตา เช่น มีเลือดคั่งที่ตา สูญเสียการมองเห็น รวมถึงมีผลกระทบต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด ไปจนถึงมีการอักเสบเนื่องจากหลอดเลือดดำอุดตัน แต่อาการที่กล่าวจะรวมกับปัจจัยอื่นๆ เช่น ไขมันในเลือดสูง

ดื่มน้ำน้อยก็มีส่วนให้เกิดอาการท้องผูก สาเหตุหลักๆ ก็คือ การขาดตัวกระตุ้นการเคลื่อนไหวของลำไส้ กินอาหารที่ขาดใยอาหาร หรือดื่มน้ำน้อย อุจจาระจึงแข็งและลำอุจจาระเล็ก ลำไส้จึงบีบตัวลดลงอุจจาระจึงเคลื่อนตัวได้ช้า การรักษาที่สำคัญ คือ การกินอาหารมีใยอาหารสูง เช่น ผัก ผลไม้ ธัญพืชต่างๆ และดื่มน้ำสะอาดอย่างพอเพียง หากปล่อยให้เกิดอาการท้องผูกเรื้อรังอาจก่ออาการลำไส้อุดตัน เกิดมะเร็งลำไส้ ได้ในที่สุด

หากร่างกายได้รับน้ำไม่เพียงพอ จะทำให้ไตไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากว่าไตต้องทำหน้าที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นกำจัดสารพิษ ดูดสารอาหารที่มีประโยชน์กลับคืนเข้าสู่ร่างกาย ควบคุมระดับความเป็นกรด ด่าง ของของเหลวในร่างกาย กำจัดของเสียส่วนเกินแล้วขับออกทางปัสสาวะ สร้างฮอร์โมนที่เป็นตัวกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดงและวิตามินดี ฯลฯ เมื่อได้รับน้ำไม่เพียงพอ ไตก็จะไม่สามารถทำหน้าที่ดังที่กล่าวได้ดี จึงเสี่ยงต่อโรคต่างๆ โดยเฉพาะนิ่วในไต และย่อมส่งผลเสียต่ออวัยวะต่างๆ ในร่างกาย โดยเฉพาะตับที่ต้องมารับทำหน้าที่แทน

นอกจากนี้ การดื่มน้ำน้อยยังเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูง ผิวพรรณไม่สดใส ตะคริว และโรคอ้วนอีกด้วย ทั้งนี้ สำหรับคนที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคไต ที่มีอาการบวมน้ำต้องควบคุมปริมาณน้ำดื่มในแต่ละวันตามที่คุณหมอกำหนด

‘กรวยไตติดเชื้อ’ เหตุดื่มน้ำน้อย-กลั้นปัสสาวะบ่อย ป้องกันอย่างไร?

ดื่มน้ำอย่างไรให้ส่งผลดีต่อสุขภาพ

ร่างกายของเรามีน้ำเป็นส่วนประกอบถึง 70% น้ำในร่างกายแบ่งเป็น 3 ส่วน คือน้ำที่ประกอบอยู่ในเซลล์ประมาณ 60% มีอยู่นอกเซลล์ประมาณ 30% และที่อยู่ในเนื้อเยื่อ หรือเลือดอีก 10% เหตุนี้จึงทำให้มนุษย์ต้องการน้ำประมาณ 2–3 ลิตรต่อวัน ในทางกลับกัน แต่ละวันร่างกายก็มีการขับน้ำออกในลักษณะของปัสสาวะ 0.5-2.3 ลิตร นอกจากนั้นยังมีการขับน้ำออกทางเหงื่อ อุจจาระ และลมหายใจ

การดื่มน้ำก็ขึ้นอยู่กับสิ่งแวดล้อมรอบตัวในขณะนั้นด้วย เช่น อากาศที่ร้อน และแห้ง ร่างกายจะสูญเสียน้ำทางผิวหนังและลมหายใจมากกว่าปกติ ดังนั้น ผู้ที่อยู่กลางแจ้งและในห้องปรับอากาศที่เย็นจัดจะต้องการน้ำมากกว่าคนที่อยู่ในที่ร่มหรือในห้องที่อุ่นสบาย หรือผู้ที่ออกกำลังกาย มีไข้ ท้องเสีย อาเจียนก็ควรดื่มน้ำเพื่อชดเชยการสูญเสียน้ำด้วย ทั้งนี้ ควรดื่มน้ำทีละนิด แบบจิบทีละ 2–3 อึก จิบบ่อยๆ ไปตลอดทั้งวัน ซึ่งจะดีกว่าการดื่มน้ำครั้งละมากๆ เพราะเป็นการเพิ่มภาระให้กับระบบขับถ่าย อย่าง ไต ปอด ม้าม และระบบย่อยอาหาร อีกทั้งร่างกายจะดูดซึมไม่ทัน และขับออกมาเป็นปัสสาวะ แม้ดื่มน้ำเข้าไปมากก็ยังรู้สึกหิวน้ำอยู่บ่อยๆ

เทคนิคการดื่มน้ำให้ได้ประโยชน์สูงสุด

ควรดื่มน้ำทันทีหลังจากตื่นนอน โดยตอนเช้าควรดื่มน้ำอุ่นทันที 2 แก้ว เพื่อช่วยให้ขับถ่ายอุจจาระได้ดี ดื่มน้ำทุกครั้งที่รู้สึกกระหาย ไม่ควรดื่มน้ำเกินครึ่งแก้วก่อนรับประทานอาหาร 15 นาที และภายใน 40 นาทีหลังมื้ออาหาร เนื่องจากทำให้น้ำย่อยเจือจางลง ส่งผลต่อระบบการย่อยอาหาร สำหรับคำแนะนำจากแพทย์เกี่ยวกับโรคติดเชื้อที่กรวยไต สามารถป้องกันได้ด้วยการดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว ไม่กลั้นปัสสาวะและปัสสาวะทันทีเมื่อรู้สึกปวด นอนพักผ่อนให้เพียงพอ รักษาสุขอนามัยในการรับประทานอาหารและการขับถ่าย เพื่อลดโอกาสการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ

ข่าวล่าสุด