ทางด้าน รศ.พญ.เริงฤดี ปธานวนิช ภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า ในต่างประเทศมีการเก็บข้อมูลผลกระทบจากบุหรี่ไฟฟ้าอย่างเป็นระบบ เช่น องค์การอาหารและยาของสหรัฐฯ เก็บรวบรวมข้อมูลผู้ที่มีอาการชักจากการสูบบุหรี่ไฟฟ้า ระหว่างปี 2562-2564 มีผู้ป่วยที่ชักจากการสูบบุหรี่ไฟฟ้า 250 ราย เกือบ 70% เป็นเด็กและวัยรุ่น
ต่อมามีการศึกษายืนยันจากนักวิจัยที่ทบทวนรายงานผู้ป่วยในรายที่มีข้อมูลทางการแพทย์สมบูรณ์ สรุปว่า การสูบบุหรี่ไฟฟ้า ทำให้เกิดอาการชักได้จริง เหตุเพราะพิษจากสารนิโคตินในบุหรี่ไฟฟ้า เมื่อเข้าสู่สมองจะทำให้เซลล์ประสาทมีความอ่อนไหวง่ายขึ้น เพิ่มความเสี่ยงทำให้เกิดอาการชักง่ายขึ้น ซึ่งการเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ จะเป็นการเฝ้าระวังและจะทำให้ทราบโรคหรืออาการผิดปกติที่เกิดจากการสูบบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งอาจจะเหมือนหรือต่างจากอาการที่พบจากการสูบบุหรี่ธรรมดา
ทั้งนี้ กลุ่มสนับสนุนบุหรี่ไฟฟ้ามักจะอ้างว่า นิโคตินไม่ใช่สารอันตราย จึงอยากจะย้ำว่าการกล่าวอ้างนี้เป็นข้อมูลที่บิดเบือน เพราะนิโคตินเป็นสารเสพติดรุนแรงเทียบเท่าเฮโรอีน ติดง่ายแต่เลิกยาก ซ้ำยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพที่รุนแรง โดยเฉพาะกับเด็กและวัยรุ่น แต่ที่น่าเป็นห่วงคือ เด็กและวัยรุ่นส่วนใหญ่ที่ไปลองสูบบุหรี่ไฟฟ้ายังไม่รู้จักว่านิโคตินคืออะไร และมีอันตรายอย่างไร จึงเป็นสิ่งเร่งด่วนที่ต้องให้ข้อมูลความรู้ที่ถูกต้องกับเด็กและวัยรุ่นรวมทั้ง พ่อแม่ ผู้ปกครองและครูในโรงเรียน
อ้างอิง : www.abc.net.au / Three Seizures Provoked by E-cigarette Use in a Five-Year Period: A Case Report