เปิดพิกัด 36 จุด "กทม."ฝุ่นพิษ"PM2.5"เกินค่ามาตรฐาน ต้องใส่หน้ากากป้องกัน
10 มี.ค. 2566
ฝุ่นพิษ"PM2.5" ในพื้นที่ กทม. ยังเกินค่ามาตรฐาน "ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ" 36 พื้นที่ เตือนต้องเข้มงวดในการใส่หน้ากากป้องกัน
Lifestyle
10 มี.ค. 2566
ฝุ่นพิษ"PM2.5" ในพื้นที่ กทม. ยังเกินค่ามาตรฐาน "ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ" 36 พื้นที่ เตือนต้องเข้มงวดในการใส่หน้ากากป้องกัน
10 มีนาคม 2566 กทม. ค่าฝุ่น"PM2.5"เกินค่ามาตรฐาน ล่าสุดศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร รายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ของสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศของกรุงเทพมหานคร ประจำวันศุกร์ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2566 เวลา 07.00 น. พบว่า ดัชนีคุณภาพอากาศส่วนใหญ่อยู่ในระดับสีส้ม "เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ"
ข้อแนะนำการป้องกัย "PM2.5" เพื่อสุขภาพ
คุณภาพาอากาศระดับสีส้ม "เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ"
ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
สำหรับ ค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมง ของฝุ่นPM2.5 ตรวจวัดได้ 37-66 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) พบว่า "เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ" (มาตรฐานไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม.) จำนวน 36 พื้นที่ คือ
19.เขตวังทองหลาง ด้านหน้าปั๊มน้ำมัน เอสโซ่ ซ.ลาดพร้าว 95 : มีค่าเท่ากับ 56 มคก./ลบ.ม.
20.เขตดอนเมือง ด้านข้างสำนักงานเขตดอนเมือง : มีค่าเท่ากับ 55 มคก./ลบ.ม.
21.เขตบางพลัด ภายในสำนักงานเขตบางพลัด : มีค่าเท่ากับ 55 มคก./ลบ.ม.
22.เขตบางกอกใหญ่ บริเวณสี่แยกท่าพระ แขวงวัดท่าพระ : มีค่าเท่ากับ 55 มคก./ลบ.ม.
23.สวนหนองจอก เขตหนองจอก เขตหนองจอก : มีค่าเท่ากับ 55 มคก./ลบ.ม.
24.เขตทวีวัฒนา ทางเข้าสนามหลวง 2 : มีค่าเท่ากับ 54 มคก./ลบ.ม.
25.เขตพระนคร ภายในสำนักงานเขตพระนคร : มีค่าเท่ากับ 54 มคก./ลบ.ม.
26.สวนเสรีไทย เขตบึงกุ่ม เขตบึงกุ่ม : มีค่าเท่ากับ 54 มคก./ลบ.ม.
27.เขตหนองแขม สามแยกข้างป้อมตำรวจ ถนนมาเจริญ เพชรเกษม 81 : มีค่าเท่ากับ 54 มคก./ลบ.ม.
28.เขตยานนาวา ใกล้ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สำนักงานใหญ่ : มีค่าเท่ากับ 54 มคก./ลบ.ม.
29.สวนรมณีย์ทุ่งสีกัน เขตดอนเมือง เขตดอนเมือง : มีค่าเท่ากับ 53 มคก./ลบ.ม.
30.เขตบางรัก ข้างป้อมตำรวจหน้าลานบางรักเลิฟลี่ พลาซ่า : มีค่าเท่ากับ 53 มคก./ลบ.ม.
31.สวน 60 พรรษาสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เขตลาดกระบัง เขตลาดกระบัง : มีค่าเท่ากับ 53 มคก./ลบ.ม.
32.เขตคลองสาน บริเวณหน้าห้องสมุดใต้สะพานสมเด็จพระเจ้าตากสิน : มีค่าเท่ากับ 53 มคก./ลบ.ม.
33.เขตดุสิต ริมสวนหย่อมตรงข้ามสำนักงานเขตดุสิต : มีค่าเท่ากับ 52 มคก./ลบ.ม.
34.เขตตลิ่งชัน ถนนพุทธมณฑลสาย 1 ตัดกับถนนบรมราชชนนี : มีค่าเท่ากับ 52 มคก./ลบ.ม.
35.สวนทวีวนารมย์ เขตทวีวัฒนา เขตทวีวัฒนา : มีค่าเท่ากับ 51 มคก./ลบ.ม.
36.เขตพญาไท หน้าแฟลตทหารบกใกล้โรงพยาบาลวิชัยยุทธ ตรงข้ามกระทรวงการคลัง : มีค่าเท่ากับ 51 มคก./ลบ.ม.
กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์สภาพอากาศในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ท้องฟ้ามีเมฆบางส่วน โดยปัจจัยที่เกี่ยวข้อง(คาดการณ์แนวโน้มสภาพอากาศที่ส่งผลกระทบต่อฝุ่นPM2.5 โดยสภาพทางอุตุนิยมวิทยา
ในช่วงวันที่ 10-14 มี.ค.2566 อากาศเริ่มอยู่ในสภาวะเปิด การระบายอากาศอยู่ในเกณฑ์ดี ส่งผลให้ฝุ่น PM2.5 เกิดการสะสมตัวมีแนวโน้มลดลง แต่อาจมีแนวโน้มฝุ่นละอองขึ้นสูงได้ในบางพื้นที่
วันที่ 10 มี.ค. 2566 พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลอาจมีแนวโน้มฝุ่นละอองขึ้นสูงได้ในบางพื้นที่ โดยหลังวันที่ 11 มี.ค. 2566 เป็นต้นไป สถานการณ์ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีแนวโน้มที่ดี เนื่องจากลมทางใต้ช่วยพัดพาฝุ่นละอองออกจากพื้นที่ แต่อย่างไรก็ตามช่วงระหว่างวันที่ 14-16 มี.ค. 2566 เป็นช่วงที่ควรเฝ้าระวังของพื้นที่เนื่องจากมีแนวโน้มที่จะได้รับผลกระทบจากฝุ่นละอองข้ามพื้นที่ได้
ในช่วงนี้มวลอากาศเย็นยังแผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบน แต่เริ่มมีกำลังอ่อนลง มีอากาศเย็นตอนเช้า กลางวันอากาศร้อน (ท้องฟ้าโปร่ง เมฆน้อย) ลมทิศตะวันออก ตะวันออกเฉียงใต้และลมใต้ พัดปกคลุม มีกำลังอ่อนถึงปานกลาง ควรระวังอันตรายจากอัคคีภัยที่อาจจะเกิดขึ้นเนื่องจากสภาพอากาศแห้งในระยะนี้ และต้องระมัดระวังรักษาสุขภาพจากสภาพอากาศที่ร้อนขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานกลางแจ้ง ควรระวังโรคลมแดด
ทั้งนี้ในช่วงวันที่ 12 - 14 มี.ค.66 อากาศจะมีการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง และในช่วงวันที่ 13-14 มี.ค. 2566 อาจมีฝนในบางพื้นที่ โดยประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นได้ จากอิทธิพลของมวลอากาศเย็นเกิดการปะทะกันกับมวลอากาศร้อนทำให้มีพายุฤดูร้อน(พายุฝนฟ้าคะนอง) ลมกระโชกแรง มีฟ้าร้อง ฟ้าผ่าและลูกเห็บตกได้ และวันนี้กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีหมอกบางในตอนเช้า โดยมีอากาศร้อนกับฟ้าหลัวในตอนกลางวัน มีฝนเล็กน้อยบางแห่ง
จากการตรวจสอบข้อมูลจุดความร้อน (hotspot) ผ่านดาวเทียม จากหน่วยงาน NASA ไม่พบจุดความร้อนที่ดาวเทียมตรวจพบค่าความร้อนสูงผิดปกติจากค่าความร้อนบนผิวโลกบริเวณพื้นที่กรุงเทพมหานคร
สำนักสิ่งแวดล้อมได้ประสานแจ้งทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เพิ่มความเข้มงวดการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง เพื่อเป็นการบรรเทาความรุนแรงของสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับสุขภาพอนามัยของประชาชน โดยแจ้งเตือนรวมถึงประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนตรวจสอบข้อมูลคุณภาพอากาศก่อนออกจากบ้าน ผ่านช่องทางดัง
