ดูแลเด็กให้ใกล้ชิด ระวังอุบัติเหตุจมน้ำช่วงปิดเทอมฤดูร้อน!
13 มี.ค. 2568

รมว. เผยปี 2567 เด็กจมน้ำเสียชีวิตถึง 173 ราย ย้ำผู้ปกครองปิดเทอมหน้าร้อนนี้ดูแลเด็กใกล้ชิด ป้องกันเหตุความสูญเสีย
Lifestyle
13 มี.ค. 2568

รมว. เผยปี 2567 เด็กจมน้ำเสียชีวิตถึง 173 ราย ย้ำผู้ปกครองปิดเทอมหน้าร้อนนี้ดูแลเด็กใกล้ชิด ป้องกันเหตุความสูญเสีย
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ห่วงเด็กจมน้ำช่วงปิดเทอมฤดูร้อน เผย ปี 2567 เด็กต่ำกว่า 15 ปี จมน้ำเสียชีวิตถึง 173 ราย เฉลี่ยวันละ 2 ราย พบสูงสุดเดือนมีนาคม
เหตุจากลงเล่นน้ำ ขาดการดูแล ส่วนใหญ่เป็นแหล่งน้ำตามธรรมชาติ ย้ำพ่อแม่ ผู้ปกครอง ดูแลเด็กเล็กใกล้ชิด ให้อยู่ในระยะคว้าถึง เด็กโตสอนให้รู้กฎความปลอดภัยทางน้ำ หากพบเห็นคนตกน้ำให้ใช้วิธี “ตะโกน โยน ยื่น” เพื่อความปลอดภัย
นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า
สถานการณ์เด็กจมน้ำมักเกิดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงปิดเทอมฤดูร้อน (เดือนมีนาคม - พฤษภาคม) กระทรวงสาธารณสุข จึงบูรณาการความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง
โดยในปี 2567 พบเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี จมน้ำเสียชีวิตถึง 173 ราย เฉลี่ยวันละเกือบ 2 ราย มากสุดในเดือนมีนาคม รองลงมา คือ เมษายน และพฤษภาคม ส่วนใหญ่อายุ 10 - 14 ปี รองลงมา อายุ 5 - 9 ปี และอายุ 0 - 4 ปี เพศชายจมน้ำสูงกว่าเพศหญิงถึง 2.8 เท่าตัว พบเสียชีวิตมากสุดที่ นครราชสีมา รองลงมา คือ ปัตตานี ศรีสะเกษและอุดรธานี โดยกว่าร้อยละ 72 เป็นแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรและแหล่งน้ำตามธรรมชาติ (บ่อขุด/ สระน้ำ/ คลอง/ แม่น้ำ) สาเหตุเกิดจากการไปเล่นน้ำมากที่สุด ร้อยละ 72.3
ปัจจัยเสี่ยงสำคัญ คือ เด็กขาดการดูแล และขาดความรู้เรื่องแหล่งน้ำเสี่ยง ซึ่งพบว่าขณะเกิดเหตุมากกว่าครึ่งอยู่กับเพื่อนและเกือบทั้งหมดไม่สวมเสื้อชูชีพ โดยภายหลังจมน้ำเด็กจะเสียชีวิต ถึงร้อยละ 65.1
“ขณะนี้เป็นช่วงฤดูร้อน ประกอบกับเด็กอยู่ในระหว่างปิดเทอม อาจมีการชักชวนกันไปเล่นน้ำตามที่ต่างๆ จึงมีความเสี่ยงที่จะจมน้ำเสียชีวิตได้ ขอให้พ่อแม่ ผู้ปกครอง ดูแลลูกหลานอย่างใกล้ชิด คอยย้ำเตือนให้เด็กรู้จักระมัดระวังอันตรายจากการจมน้ำ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ความสูญเสีย”
นายสมศักดิ์กล่าว
นพ.ภาณุมาศ ญาณเวทย์สกุล อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า
เด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ผู้ปกครอง/ผู้ดูแลควรจับตาใกล้ชิด ให้เด็กอยู่ในระยะที่มองเห็น คว้าตัวถึง ไม่ปล่อยให้อยู่ตามลำพังหรืออยู่กับพี่ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ
ส่วนเด็กโต ควรสอนให้รู้กฎความปลอดภัยทางน้ำ เช่น ไม่เล่นใกล้แหล่งน้ำ ไม่เล่นน้ำคนเดียว ไม่เล่นน้ำกันเองโดยไม่มีผู้ใหญ่ไปด้วย ไม่แกล้งจมน้ำ รู้จักประเมินแหล่งน้ำเสี่ยง ใส่เสื้อชูชีพทุกครั้งตลอดเวลาที่ทำกิจกรรมทางน้ำหรือนั่งเรือ และหากพบเห็นคนตกน้ำ ไม่ควรลงไปช่วยเพราะอาจจมน้ำพร้อมกันได้ ควรใช้หลัก “ตะโกน โยน ยื่น” คือ ตะโกนเรียกขอความช่วยเหลือ โยนอุปกรณ์ที่อยู่ใกล้ตัวเพื่อให้คนตกน้ำเกาะพยุงตัว และยื่นอุปกรณ์ที่อยู่ใกล้ตัว เช่น ไม้ เชือก เสื้อ ผ้าขาวม้า ให้คนตกน้ำจับและดึงขึ้นมาจากน้ำ
นอกจากนี้ ชุมชนควรมีการเฝ้าระวังแหล่งน้ำเสี่ยงในชุมชน ไม่ปล่อยให้เด็กลงไปเล่นน้ำ และมีการจัดการแหล่งน้ำเสี่ยงให้เกิดความปลอดภัย สำหรับแหล่งท่องเที่ยวทางน้ำ ควรติดป้ายคำเตือน จัดให้มีอุปกรณ์ช่วยคนตกน้ำบริเวณแหล่งน้ำ มีเสื้อชูชีพให้บริการและให้ใส่ทุกครั้งที่ทำกิจกรรมทางน้ำ
ทั้งนี้ควรกำหนดบริเวณสำหรับเล่นน้ำแยกออกจากบริเวณสัญจรทางน้ำ มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทางน้ำ(lifeguard) คอยดูแล รวมถึงประชาสัมพันธ์ย้ำเตือนให้มีการดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด
ข่าวล่าสุด