นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ปัจจุบันมีการใช้ยาในระบบสาธารณสุขของรัฐ ประมาณ 70,543 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นยาสมุนไพร 1,560 ล้านบาท โดยเป็นการใช้ยาสมุนไพรในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเพียง 408 ล้านบาท ทั้งที่ยาสมุนไพรหลายรายการมีสรรพคุณในการรักษาดีเทียบเท่ายาแผนปัจจุบัน
กระทรวงสาธารณสุขจึงตั้งเป้าหมายที่จะเพิ่มการสั่งใช้ยาสมุนไพรในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติให้มีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 1,500 ล้านบาท ภายในปี 2568 และไม่ต่ำกว่า 3,000 ล้านบาท ในปี 2569 ซึ่งกรมการแพทย์แผนไทยฯ ร่วมมือกับ สปสช. ในการประกาศรายการยาสมุนไพร 32 รายการ ภายในวันที่ 1 มีนาคม 2568 เป็นรูปแบบ Fee schedule ซึ่งจะปรับระบบการเบิกจ่ายเป็นต่อคอร์สการรักษา เพิ่มราคายาจากสมุนไพร เพื่อส่งเสริมการใช้ยาจากสมุนไพรให้เพิ่มมากขึ้น
ซึ่งนอกจากจะเป็นทางเลือกให้แก่ผู้ป่วย ยังช่วยลดการนำเข้ายาจากต่างประเทศ สนับสนุนการยกระดับภูมิปัญญาไทย และสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจในประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ยาสมุนไพร 10 รายการ ใน 10 กลุ่มโรคที่พบบ่อย ได้แก่ ยาไพล แก้ปวดกล้ามเนื้อและข้อ ยาฟ้าทะลายโจร รักษาไข้หวัดและโควิด 19 ยาขมิ้นชัน แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ยาเพชรสังฆาต ช่วยเรื่องท้องผูก ริดสีดวงทวาร ยาขิง บรรเทาอาการวิงเวียน ยามะระขี้นก แก้เบื่ออาหาร ยากล้วย บรรเทาอาการท้องเสีย ยาหอมเทพจิตร ช่วยเรื่องนอนไม่หลับ ยาพริก แก้อาการชาจากอัมพฤกษ์ อัมพาต และยาว่านหางจระเข้ ใช้ทาผิวหนัง แผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก
นอกจากนี้ ยังได้ขับเคลื่อนส่งเสริมการใช้ยาจากสมุนไพร ลดการใช้ยาแผนตะวันตก โดยมุ่งเน้นการใช้ยาจากสมุนไพรทดแทนยาแผนปัจจุบัน