ในส่วนของมาตรการควบคุมการปล่อยมลพิษ พรพรหม ระบุว่า
ต้นตอมลพิษฝุ่นในกรุงเทพฯ มีที่มาจาก 3 แหล่งกำเนิดใหญ่ได้แก่ ควันไฟจากการเผาภาคเกษตร มลพิษจากโรงงานอุตสาหกรรม และไอเสียจากภาคขนส่ง ซึ่งขณะนี้ กทม. ได้ดำเนินการตรวจสอบและควบคุมการปล่อยมลพิษจากทั้ง 3 แหล่งแล้ว โดยได้มีการการสุ่มตรวจวัดควันดำรถยนต์ และตรวจโรงงานอุตสาหกรรม ในพื้นที่กรุงเทพฯ เป็นประจำ เดือนละ 2 ครั้ง และได้มีการให้ความช่วยเหลือและขอความร่วมมือเกษตรกรในกรุงเทพฯ และจังหวัดข้างเคียง ไม่ให้ใช้วิธิเผาตอซังข้าวหลังเก็บเกี่ยว
และสำหรับมาตรการบรรเทาผลกระทบฝุ่นควัน พรพรหม กล่าวว่า กทม. ได้มุ่งขยายพื้นที่สีเขียวและปลูกต้นไม้ 1 ล้านต้นทั่วกทม. เพื่อให้เป็นปอดฟอกมลพิษให้กับชาวกรุงเทพฯ โดยล่าสุดมียอดจองปลูกต้นไม้กับ กทม. แล้ว 1,641,310 ต้น และปลูกต้นไม้ไปแล้ว 651,057 ต้น ถือว่ามีความคืบหน้าเกินกว่าแผนอย่างมาก
นอกจากนี้ กทม. ยังได้ผลักดันโครงการสวน 15 นาที เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวสาธารณะครอบคลุมทั้งกรุงเทพฯ ให้คนกรุงเทพฯ สามารถเข้าถึงพื้นที่สีเขียวใกล้บ้านได้ภายในระยะการเดิน 15 นาที โดยขณะนี้ ได้จัดสร้างสวนสาธารณะขนาดเล็กไปแล้ว 52 แห่ง และจะมีแผนดำเนินการขยายพื้นที่สวนสาธารณะเพิ่มเติมอีกกว่า 100 แห่ง ในช่วงปี 2567
“โครงการและมาตรการรับมือฝุ่นควันที่กล่าวมานี้ กทม. ล้วนแล้วแต่ได้เริ่มดำเนินการแล้วตั้งแต่ต้นปี และจะยิ่งดำเนินการมาตรการต่างๆ โดยเฉพาะการควบคุมตรวจสอบการปล่อยมลพิษ ให้เข้มงวดยิ่งขึ้นในช่วงฤดูฝุ่นควันปลายปี ดังนั้นเราจึงมั่นใจว่า กทม. จะสามารถรับมือกับปัญหามลพิษฝุ่น PM2.5 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ” พรพรหม กล่าว