อาจารย์เสรีกล่าวว่า
“รอยเลื่อนสะกาย” เป็นรอยเลื่อนที่พาดผ่านเมียนมา แล้วลงมาข้างล่าง ซึ่งอยู่ติดกับฝั่งตะวันตกของเรา มันเป็นรอยเลื่อนเสียง รอยเลื่อนมันพาดผ่านสุมาตรามา และมันมีอีกรอยเลื่อนหนึ่งที่ขนานมาทางซ้ายคือ รอยเลื่อนทุนดรา อันนี้น่ากลัว ซึ่งอันนี้ทำให้เกิดสึนามิเหมือนเมื่อปี 2547 รุนแรงขนาด 9.2 แต่ครั้งนี้มันเกิดขึ้นแค่ 5.4 และเกิดขึ้นในแนบราบมันเลยไม่ส่งผลให้เกิดสึนามิ
แต่ว่าความรุนแรงในระดับความสั่นที่มาถึงกรุงเทพได้เพราะว่า กรุงเทพฯตั้งอยู่บนชั้นดินอ่อน ซึ่งจะเพิ่มขนาดของการสั่นไหวประมาณ 3 เท่า นั่นหมายถึงการรับรู้ความรู้สึกจะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย แต่ไม่มีอันตราย
ปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นไม่เป็นอันตรายต่อคนกรุง แต่ก็ไม่ควรเพิกเฉย
อาจารย์เสรีเสริมว่า สาเหตุที่มันไม่มีความเป็นอันตรายก็เพราะ กฎกระทรวงได้ระบุชั้นเจนว่า ตึกอาคารที่สูงเกิน 3 ชั้น ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลจะต้องรองรับการเกิดแผ่นดินไหวได้ แต่ที่น่ากังวลคือ ตึกที่มีความสูงไม่เกิน 3 ชั้น ที่ไม่ได้ออกแบบเพื่อรองรับแผ่นดินไหว เพราะกระทรวงไม่ได้บังคับตึกเหล่านี้ และสร้างก่อนที่กระทรวงจะออกกฎบังคับ
อีกสิ่งหนึ่งคือสึนามิ เนื่องจากแรงสั่นไหวนี้เกิดขึ้นในทะเล หากมีความรุนแรงระดับ 7 ขึ้นไป อาจทำให้เกิดสึนามิได้ อันนี้น่ากังวลมากกว่ากังวลเรื่องแผ่นดินไหว
ประเทศไทยควรมี SMS Alert ไหม?
ทางด้านอาจารย์เสรี เผยว่า
ถ้ามีได้ก็ดี แต่ต้องอธิบายก่อนว่า แผ่นดินไหวไม่สามารถคาดการณ์ได้ และการแจ้งเตือนแบบของญี่ปุ่น คือญี่ปุ่นเป็นดินแดนที่เกิดแผ่นดินไหวบ่อยครั้ง เขาเตือนจนชิน ดังนั้น มองว่าก่อนที่จะมี SMS Alert คนไทยเราต้องมีความตระหนักก่อน เพราะถ้ามีเลย มันจะกลายเป็นการตระหนก
คนไทยต้องตระหนักก่อน เพราะจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นช่วงเช้า ผู้คนวิ่งลงมาด้านล่าง แสดงว่าผู้คนไม่ตระหนัก เพราะว่า ถ้าคุณวิ่งลงมาทางบันไดหนีไฟ บันไดรับน้ำหนักมากกว่าปกติอันนี้อันตราย หากออยู่ตึกสูง (มั่นใจว่าออกแบบเพื่อรองรับแผ่นดินไหวแล้ว) สิ่งที่ควรทำคือหมอบหลบอยู่ใต้โต๊ะที่แข็งแรง
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง >>
ชาวกรุงผวา แผ่นดินเมียนมาไหวจนสะเทือนมาถึงไทย
หลังจากนั้น จะมีการแจ้งเตือนหรือ SMS ใด ๆ ตามมานี่คือสิ่งที่ถูกต้อง เพราะทุกวันนี้ญี่ปุ่นเขาตระหนัก เขามีความรู้ในการรับมือก่อนเมื่อเกิดเหตุการณ์ หลังจากนั้นต้องทำอย่างไร นี่คือสิ่งที่คนญี่ปุ่นเขารู้กันอยู่แล้ว แต่คนไทยไม่รู้
ซึ่งเราเองก็ไม่สามารถไปโทษประชาชนคนไทยได้ เพราะเราไม่มีความรู้ และก็ไม่บ่อยนักที่ไทยจะประสบกับภัยกลางกรุงแบบนี้ ดังนั้นเราต้องสร้างองค์ความรู้เพื่อสร้างความตระหนักก่อน