สำหรับปีนี้ สนค. ได้ดำเนินโครงการศึกษาแนวทางการยกระดับการพัฒนาวิสาหกิจชุมชนภายใต้โมเดลเศรษฐกิจ BCG โดยที่ผ่านมาได้ลงพื้นที่สัมภาษณ์เชิงลึกและรวบรวมข้อมูลวิสาหกิจชุมชนภายใต้โมเดลเศรษฐกิจ BCG ใน 4 ภูมิภาค ทั้งภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำการสัมภาษณ์เชิงลึกวิสาหกิจชุมชน จำนวน 20 กลุ่มทั้งภาคการผลิตสินค้า และภาคบริการ จากการลงพื้นที่ทำให้พบว่ามีวิสาหกิจชุมชน ที่นำแนวคิดเรื่องความยั่งยืนมาประยุกต์ใช้จนประสบความสำเร็จ เช่น วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวแหลมสัก จังหวัดกระบี่ เป็นวิสาหกิจชุมชนด้านบริการการท่องเที่ยวที่มีดินแดนทะเล 3 ด้าน วัฒนธรรม 3 สาย คือ ไทยพุทธ ไทยมุสลิม และไทยเชื้อสายจีน (บาบ๋าย่าหยา)
ซึ่งมีกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ (Eco Tourism) มีเส้นทางการการท่องเที่ยวใกล้ชิดธรรมชาติ ดูวิถีของชุมชน ชาวประมง นั่งเรือชมท้องทะเลและถ้ำ ควบคู่กับการให้ข้อมูลการอนุรักษ์ และการดูแลทรัพยากรชายฝั่ง รวมถึงการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม (Cultural Tourism) ที่ให้นักท่องเที่ยวไหว้พระสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในชุมชน (วัด ศาลเจ้าจีน) กิจกรรมระบายสีผ้าบาติก และมีโฮมสเตย์สำหรับให้นักท่องเที่ยวพัก นอกจากนี้ ยังมีการคำนึงถึงผลกระทบสิ่งแวดล้อม โดยมีการคัดแยกขยะในชุมชน และให้นักท่องเที่ยวสนับสนุนการซื้อคาร์บอนเครดิตให้กับชุมชนเพื่อชดเชยการปล่อยคาร์บอนที่เกิดจากการทำกิจกรรมท่องเที่ยวภายในชุมชนอีกด้วย
นอกจากนี้ วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเมืองเก่า จังหวัดภูเก็ต ยังเป็นกลุ่มบริการด้านการท่องเที่ยวเรียนรู้วัฒนธรรมชุมชน (local experience) มีกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เช่น เที่ยวชมอาคารบ้านเรือนเก่าแก่ที่มีสถาปัตยกรรมแบบ “ชิโนยูโรเปียน” กิจกรรมให้นักท่องเที่ยวได้ทำขนมอังกู๊ กิจกรรมทำผัดหมี่ฮกเกี้ยน ซึ่งเป็นอาหารท้องถิ่นของชุมชนเมืองเก่าภูเก็ต และมีการนำโมเดลเศรษฐกิจ BCG มาปรับใช้ในวิสาหกิจชุมชนโดยมีจุดเด่นด้านเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) ผ่านการท่องเที่ยวแบบคาร์บอนต่ำ โดยเก็บข้อมูลจุดที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดเส้นทางการท่องเที่ยว และนำมาวางแผนเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ตามจุดต่างๆ และจัดหาคาร์บอนเครดิตมาชดเชย นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมตู้สมทบชดเชยคาร์บอนโดยสมัครใจให้นักท่องเที่ยวได้บริจาคสมทบการชดเชยการปล่อยคาร์บอน เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมและสร้างความตระหนักรู้เรื่องผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้กับนักท่องเที่ยว
“แนวโน้มของผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญแก่การผลิตและบริโภคที่จะกระทบถึงธรรมชาติ ส่งผลให้พฤติกรรมการจับจ่ายใช้สอยเปลี่ยนไป การผลิตสินค้าและบริการภายใต้แนวคิด BCG จะสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ที่มีความใส่ใจในเรื่องสุขภาพ ความปลอดภัย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ โมเดลเศรษฐกิจ BCG มีความสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) และสอดรับกับหลักการของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (SEP) ซึ่งเป็นหลักสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมที่ยั่งยืนของประเทศไทย”