ชาวเลบานอนหลายคนพากันหวาดกลัวไม่กล้าใช้แบตเตอรี และแผงโซลาเซลล์ และถอดออกจากอุปกรณ์ต่าง ๆ หลังเกิดเหตุระเบิดจากเพจเจอร์ และวิทยุสื่อสารพกพา หรือวอล์กกี ทอล์กกีทั่วประเทศ และมีข่าวสะพัดว่า อาจเกิดจากแบตเตอรีลิเทียมและแผงโซลาเซลล์ และแม้ต่อมาจะรู้ว่า ไม่ใช่เรื่องจริง ก็ยังคงกลัวอยู่ ส่วนเจ้าของร้านจำหน่ายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์รายหนึ่ง เร่งย้ายสินค้าบางชนิดออกจากร้านเพื่อความปลอดภัย และบอกด้วยว่า เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นเหตุการณ์อะไรแบบนี้ ประชาชนหลายคนไม่มั่นใจว่าจะเกิดอะไรขึ้นอีกต่อจากนี้
ขณะที่นักวิเคราะห์ บอกว่า บริษัทเทคโนโลยีทั้งหลายจะตระหนักว่า เหตุโจมตีในเลบานอนจะเป็นสัญญาณเตือนสำคัญถึงการรักษาความปลอดภัยของซัพพลายเชน และความไว้วางใจของประชาชนต่อเทคโนโลยีอาจได้รับผลกระทบ ทุกบริษัทที่ผลิตหรือขายอุปกรณ์สื่อสารทั้งหลายจะกังวลเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือของซัพพลายเชน จึงจำเป็นต้องเพิ่มการตรวจพิสูจน์และมาตรการป้องกัน เพื่อให้สามารถตรวจพบและป้องกันการกระทำที่เป็นภัยได้
เหตุการณ์เพจเจอร์ในวันอังคาร และวอล์กกี ทอล์กกี ระเบิดในวันพุธ คร่าชีวิตชาวเลบานอนแล้วอย่างน้อย 32 ราย และทำให้มีผู้บาดเจ็บมากกว่า 3,100 ราย ซึ่งรวมถึงสมาชิกฮิซบอลเลาะห์และพลเรือน
ในอดีตอิสราเอลเคยถูกระบุว่าใช้อุปกรณ์สื่อสารในการลอบสังหารมาก่อน รวมถึง การสังหารยาห์ยา ไอย์ยาช มือผลิตระเบิดของฮามาสด้วยโทรศัพท์มือถือที่ติดระเบิดไว้ในปี 2539 แต่การโจมตีด้วยอุปกรณ์สื่อสารหลายพันเครื่องพร้อมกันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
และเกิดคำถามใหญ่ว่า ระเบิดถูกซุกซ่อนไว้ในอุปกรณ์สื่อสารในช่วงการผลิต ในช่วงการขนส่ง หรือ ระดับผู้ให้บริการด้านระบบ ก่อนที่สินค้าจะถูกส่งถึงมือผู้ใช้