ปฏิบัติการของยูเครนเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม แต่ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี เพิ่งออกมายืนยันเมื่อวันเสาร์ และบอกด้วยว่า ยูเครนกำลังพิสูจน์ให้เห็นว่า รู้วิธีฟื้นคืนความยุติธรรม และสร้างแรงกดดันต่อผู้รุกราน
ขณะที่เจ้าหน้าที่รัสเซียบอกว่า การโจมตีของยูเครนในดินแดนรัสเซียเป็นเพียงความพยายามแสดงให้ชาติตะวันตกที่ให้การสนับสนุนเห็นว่า ยูเครนยังสามารถปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่ได้ และพยายามถือไพ่ต่อรองก่อนการเจรจาหยุดยิงที่อาจเกิดขึ้น
ล่าสุดประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน กล่าวขณะประชุมร่วมกับฝ่ายความมั่นคงและผู้ว่าการของแคว้นต่าง ๆ ในวันจันทร์ว่า ยูเครนพยายามทำลายเสถียรภาพของรัสเซีย ด้วยการรุกล้ำชายแดนภาคใต้ แต่จะไม่ประสบความสำเร็จ และสะท้อนชัดว่า ทำไมที่ผ่านมารัฐบาลยูเครนปฏิเสธข้อเสนอกลับเข้าสู่การเจรจา และเวลานี้กำลังพยายามหาทางเพิ่มความได้เปรียบในการเจรจาในอนาคต
แต่เขาเตือนด้วยว่า “ศัตรูจะต้องได้รับการตอบสนองอย่างสาสม” พร้อมทั้งยืนยันว่า เป้าหมายทุกอย่างของปฏิบัติการบุกยูเครนที่เริ่มขึ้นในปี 2565 จะบรรลุผลทั้งหมด
ขณะที่นักวิเคราะห์ มองว่า การที่ปูติน ยังไม่ประกาศว่า ประเทศอยู่ในภาวะสงคราม หลังทหารยูเครนบุกเข้าไปในดินแดน สะท้อนว่ายังไม่อยากให้รัสเซียเข้าสู่สงครามเต็มตัว และยังไม่เรียกระดมพล เพื่อเลี่ยงการสร้างความไม่พอใจแก่ประชาชน ที่อาจกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาลได้
ด้านกระทรวงต่างประเทศจีน ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ทั้งรัสเซียและยูเครน ยึดหลัก 3 ข้อเพื่อคลี่คลายสถานการณ์ ได้แก่ ไม่ขยายสมรภูมิรบ, ไม่ยกระดับความรุนแรงของการสู้รบ และไม่เติมเชื้อเพลิงจากฝ่ายใด นอกจากนี้จีนจะยังทำหน้าที่ด้านการสื่อสาร และแสดงบทบาทเชิงสร้างสรรค์ในการส่งเสริมแนวทางการเมืองเพื่อยุติวกฤต