นายกรัฐมนตรีฟูมิโอะ คิชิดะ แถลงที่เมืองนางาซากิในวันศุกร์ (9 สิงหาคม) หลังเข้าร่วมพิธีรำลึกครบรอบ 79 ปี สหรัฐฯ ทิ้งระเบิดปรมาณูถล่มเมืองว่า เขาจำเป็นต้องยกเลิกการเยือนคาซัคสถาน อุซเบกิสถาน และมองโกเลีย เพื่อให้ความสำคัญกับการรับมือและการเผยแพร่ข่าวสารเกี่ยวกับแนวโน้มการเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ (Megaquake)
เขาบอกว่า ในฐานะผู้นำสูงสุดรับผิดชอบการบริหารจัดการวิกฤตของชาติ จึงจำเป็นต้องอยู่ในญี่ปุ่นอย่างน้อย 1 สัปดาห์เพื่อเฝ้าระวังเป็นพิเศษ หลังจากสำนักงานอุตุนิยมวิทยาออกคำเตือนเป็นครั้งแรกให้ประชาชนเตรียมพร้อมรับมืออาจเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่แอ่งนันไค แต่ยังไม่จำเป็นต้องมีการอพยพ
คำเตือนดังกล่าวมีขึ้นหลังจากเกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.1 แมกนิจูดนอกชายฝั่งจังหวัดมิยาซากิทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศเมื่อวันพฤหัสบดี ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 14 ราย บ้านเรือนจำนวนหนึ่งได้รับความเสียหายและเกิดดินถล่ม และจังหวัดมิยาซากิอยู่ปลายสุดทางทิศตะวันตกของแอ่งนันไค คณะกรรมาธิการวิจัยแผ่นดินไหวของรัฐบาลญี่ปุ่น ประเมินว่า มีความเป็นไปได้ราว 70-80% ที่อาจเกิดแผ่นดินไหวใหญ่ขนาด 8-9 แมกนิจูดในบริเวณแอ่งนันไคภายใน 30 ปีข้างหน้า
หากในสถานการณ์เลวร้ายที่สุด คาดว่า แผ่นดินไหวอาจสร้างแรงสั่นสะเทือนในวงกว้างจากภูมิภาคคันโตไปถึงภูมิภาคคิวชู และอาจสึนามิสูงท่วมชายฝั่งจากคันโตถึงโอกินาวา ขณะที่รายงานปี 2555 ประเมินว่า แผ่นดินไหวอาจคร่าชีวิตสูงถึง 323,000 ราย