เมื่อ 10 ปีที่แล้ว มีรายงานประเมินความเสียหาย หากเกิดแผ่นดินไหวใหญ่แอ่งนันไคขึ้นจริงว่า ภาคตะวันออกและภาคตะวันตกของญี่ปุ่นจะเผชิญแรงสั่นสะเทือนอย่างหนัก และอาจเกิดสึนามิสูงกว่า 30 เมตรในบริเวณชายฝั่ง
แต่การประเมินล่าสุด คาดว่า หากเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงระดับเมกะเควก อาจมีผู้เสียชีวิตเกือบ 230,000 ราย และอาคารราว 2 ล้านหลังได้รับความเสียหายจากไฟไหม้หรือพังถล่ม
การออกคำแนะนำสำหรับแผ่นดินไหวแอ่งนันไคครั้งแรกมีขึ้น หลังจากเกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.1 แมกนิจูด นอกชายฝั่งจังหวัดมิยาซากิ ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของญี่ปุ่นช่วงบ่ายวันนี้ และเกิดสึนามิขนาด 50 เซนติเมตรที่ท่าเรือมิยาซากิ หลังมีประกาศเตือนภัยสึนามิในแถบชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกครอบคลุมพื้นที่ฝั่งตะวันตกของประเทศ แต่ล่าสุดยกเลิกคำเตือนสึนามิทั้งหมดแล้ว
สำนักงานอุตุนิยมวิทยาได้ตรจสอบว่า แผ่นดินไหวดังกล่าวจะมีความเชื่อมโยงกับโอกาสเกิดแผ่นดินไหวที่แอ่งนันไคหรือไม่ และโฆษกรัฐบาล แถลงยืนยันว่า แผ่นดินไหวที่มิยาซากิมีความเชื่อมโยงกับโอกาสเกิดแผ่นดินไหวที่แอ่งนันไค และรัฐบาลตั้งหน่วยงานฉุกเฉินทันทีสำหรับบริหารจัดการวิกฤตทันทีแล้ว พร้อมกับยืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่พบรายงานสิ่งผิดปกติใด ๆ กับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ซึ่งรวมถึงโรงไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์เซนได ในจังหวัดคาโงชิมะ
ขณะที่มีรายงานผู้บาดเจ็บ 9 คนในจังหวัดมิยาซากิ และจังหวัดคาโงชิมะ เนื่องจากแผ่นดินไหวในวันนี้ และมีดินถล่มในเมืองชิบูชิ จังหวัดคาโงชิมะ เที่ยวบินขาเข้าออกจากสนามบินมิยาซากิถูกระงับ และรถไฟบางขบวนในจังหวัดคิวชูหยุดวิ่ง