- ลดการควบคุมกัญชา ส่งผลอย่างไรต่อการวิจัย
แม้อุตสาหกรรมกัญชามีมูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์ในสหรัฐฯ แต่เนื่องจากยังคงเป็นสารเสพติดควบคุม ทำให้มีอุปสรรคเรื่องการค้าระหว่างรัฐ ไม่สามาถเข้าถึงบริการด้านสินเชื่อของธนาคาร และมีข้อจำกัดเรื่องเงินทุนสนับสนุนการวิจัยทางการแพทย์
เมื่อกัญชาอยู่ภายใต้สารเสพติดควบคุมประเภทที่ 1 จึงเป็นเรื่องยากมากที่จะได้รับอนุญาตให้ทำการศึกษาทางคลินิกเกี่ยวกับการใช้กัญชา และหากลดลงไปอยู่ในประเภทที่ 3 อาจช่วยให้สามารถทำการวิจัยได้ง่ายขึ้น แต่ยังไม่อาจขจัดอุปสรรคได้ทั้งหมดทันที
- ลดการควบคุมกัญชา ส่งผลอยางไรต่อการเก็บภาษี
ภายใต้ระบบภาษีของสหรัฐฯ ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการค้าสารเสพติดควบคุมประเภทที่ 1 หรือ 2 ไม่สามารถได้รับส่วนลดค่าเช่า หรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เหมือนธุรกิจอื่น ๆ ทำให้อัตราภาษีที่ต้องจ่ายอาจสูงถึง 70% หรือมากกว่านั้น แต่เมื่อกัญชาอยู่ในประเภทที่ 3 ก็จะทำให้ธุรกิจกัญชาเสียภาษีลดลงอย่างมาก
- ความเห็นต่อการเปลี่ยนแปลงครั้งประวัติศาสตร์
กลุ่มต่อต้านการปลดล็อกกัญชาให้เป็นสิ่งถูกกฎหมาย มองว่า เป็นเรื่องน่าเศร้าที่ยอมไฟเขียวให้กับอุตสาหกรรมที่พยายามทำให้กัญชาเป็นสิ่งถูกกฎหมาย แต่กลุ่มผู้สนับสนุนปลดล็อกกัญชา มองว่า การปรับลดกัญชาเป็นสารเสพติดควบคุมประเภทที่ 3 ยังน้อยเกินไป และจะเดินหน้าผลักดันให้ถอดกัญชาออกจากสารควบคุมอย่างสิ้นเชิง นอกจากนี้การลดการควบคุมกัญชาอาจทำให้เกิดความคลุมเครือ ที่ประชาชนไม่เข้าใจว่า กัญชายังคงเป็นสิ่งผิดกฎหมายในระดับประเทศ และไม่อาจยุติการจับกุมคดีกัญชา
เมื่อเดือนตุลาคม 2565 ประธานาธิบดีไบเดน เรียกร้องให้ทบทวนกฎหมายกัญชาของสหรัฐฯ และอภัยโทษแก่ชาวอเมริกันหลายพันคนที่ต้องโทษข้อหาครอบครองกัญชา และเรียกร้องให้ผู้ว่าการรัฐและระดับท้องถิ่นยกเลิกการดำเนินคดีครอบครองกัญชา รวมทั้งบอกว่า บอกว่า ประวัติคดีอาญาเกี่ยวกับการใช้และครอบครองกัญชาสร้างอุปสรรคที่ไม่จำเป็นต่อการจ้างงาน การซื้อบ้าน และโอกาสทางการศึกษา และถึงเวลาแก้ไขเรื่องนี้ให้ถูกต้อง