svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ต่างประเทศ

"สิงคโปร์" สกัดค้าอาวุธให้ "เมียนมา" กระทบหนักนายพลหวงอำนาจ

12 เมษายน 2567
เกาะติดข่าวสาร >> Nation Story
logoline

สิงคโปร์ "เสริมแรงบีบ" เหล่านายพลเมียนมา ด้วยการปราบปรามการค้าอาวุธตามเสียงเรียกร้องของสหประชาชาติ เหลือแต่รัสเซีย จีนและอินเดีย ที่ยังคงส่งอาวุธไปยังเมียนมาอย่างต่อเนื่อง

โธมัส แอนดรูว์ส ผู้จัดทำรายงานพิเศษของสหประชาชาติ ว่าด้วยสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในเมียนมา เปิดเผยว่า รัฐบาลสิงคโปร์ได้เพิ่มความเข้มงวดในการปราบปรามการขายอาวุธผ่านสิงคโปร์ไปยังเมียนมา โดยถือเป็นการแสดงท่าทีตอบสนออย่างทันควัน ต่อรายงานของเขาเมื่อปี 2566 ที่ระบุว่าสิงคโปร์เป็นแหล่งจัดส่งอาวุธรายใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 3 ให้แก่กองทัพเมียนมา 

\"สิงคโปร์\" สกัดค้าอาวุธให้ \"เมียนมา\" กระทบหนักนายพลหวงอำนาจ

รายงานที่มีชื่อว่า "การค้าความตายมูลค่าพันล้านดอลลาร์" (The Billion Dollar Death Trade) ระบุว่า บริษัท 138 แห่งในสิงคโปร์ มีส่วนเกี่ยวข้องในการส่งมอบอาวุธมูลค่า 254 ล้านดอลลาร์ ให้กับสภาบริหารแห่งรัฐ (State Administration Council) หรือ SAC ของเมียนมา ในระหว่างปี 2526-2565 แต่ไม่ได้เปิดเผยชื่อบริษัทเหล่านี้ ไม่เหมือนในส่วนที่รายงานเกี่ยวกับประเทศไทย อินเดียและรัสเซีย

แอนดรูว์อ้างว่า รายงานของเขาทำให้การส่งออกอาวุธจากสิงคโปร์ไปยังเมียนมาร์ลดลง 83% และนี่คือย่างก้าวสำคัญ และเป็นตัวอย่างว่ารัฐบาลทั้งหลายสามารถสร้างความแตกต่าง ให้กับผู้ที่ตกอยู่ในหนทางอันตรายในเมียนมาได้อย่างไร 

\"สิงคโปร์\" สกัดค้าอาวุธให้ \"เมียนมา\" กระทบหนักนายพลหวงอำนาจ

นักวิเคราะห์มองว่าการตัดช่องทางการค้าอาวุธที่สิงคโปร์ ได้ส่งสัญญาณแห่งความสิ้นหวังที่เพิ่มขึ้น ไปยังบรรดานายพลของเมียนมาที่จะต้องเผชิญต้นทุนที่สูงขึ้น ท่ามกลางหายนะในสมรภูมิอย่างไม่คาดฝัน เมื่อกองทัพรัฐบาลกำลังตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบและพ่ายแพ้ในหลายพื้นที่ ทำให้ต้องถอยร่นไปติดพรมแดนประเทศไทย จีนและอินเดีย รวมทั้งล่าสุดที่เมืองเมียวดีที่อยู่ติดชายแดนอำเภอแม่สอดของไทย ที่ประชาชนจำนวนมากอพยพเข้ามาที่ช่องทางนี้

การสูญเสียของกองทัพฝ่ายรัฐบาลก่อนหน้านี้ ได้นำไปสู่การใช้กำลังบังคับเกณฑ์ทหารที่ครอบคลุม เพื่อความอยู่รอดของอำนาจของตนเอง ที่ล่าสุดได้บังคับเกณฑ์ชาวโรฮิงยา ที่พวกเขาไม่เคยได้รับการปฏิบัติเยี่ยงมนุษย์ไปเข้าสู่สงครามด้วย 

logoline