ส่วนชาวเฮติต้องอาศัยอยู่ด้วยความหวาดกลัว และยังประสบปัญหาขาดแคลนทั้งอาหาร น้ำ และไม่สามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาล สถานีย่อย 4 แห่งของโรงไฟฟ้าถูกทำลาย และไม่สามารถจ่ายไฟฟ้าได้ ทำให้พื้นที่ส่วนใหญ่ของเมืองไม่มีไฟฟ้าใช้ นอกจากนี้โรงพยาบาลหลายแห่งปิดบริการ ทำให้หญิงตั้งครรภ์ราว 3,000 คน เสี่ยงคลอดลูกโดยไม่ได้รับการทำคลอดอย่างเหมาะสม
นอกจากนี้ชาวบ้านเริ่มมีการรวมตัวตั้งกองกำลังเพื่อปกป้องชุมชน เช่น มีการจัดตั้งป้อม ระบบเวรยามเฝ้าระวัง ด่านตรวจ และลาดตระเวน โดยพวกเขามีเพียงมีดและมือเปล่า แต่ก็มีรายงานว่า พวกเขาฆ่าผู้ต้องสงสัยเป็นสมาชิกแก๊งติดอาวุธ หรือจับกุมคนที่สงสัยเป็นสายให้กับแก๊ง
การตั้งขบวนการศาลเตี้ยในลักษณะนี้เคยประสบความสำเร็จมาแล้วในปี 2566 โดยกองกำลังของชุมชนร่วมมือกับตำรวจสามารถขับไล่แก๊งมาเฟียแก๊งหนึ่งออกจากพื้นที่ได้สำเร็จ
ด้านสาธารณรัฐโดมินิกัน ซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้าน เพิ่มกำลังทหารรักษาความปลอดภัยบริเวณแนวพรมแดนทางตะวันตกเฉียงเหนือ หลังจากมีชาวเฮติหลั่งไหลข้ามจุดผ่านแดน ซึ่งส่วนใหญ่ต้องการเข้าไปซื้ออาหาร ยา และสิ่งของจำเป็นในตลาด