นอกจากนี้ พระองค์ทรงมีพระปรีชาสามารถด้านงานศิลปะและแฟชั่น พระองค์ทรงพกสมุดวาดภาพเล่มเล็กๆ คู่พระวรกายเสมอ เพื่อวาดภาพทุกครั้งที่มีโอกาสหรือมีแรงบันดาลใจ หลายคนอาจจะไม่รู้มาก่อนว่า พระองค์ทรงหลงใหลในหนังสือชุดเรื่อง “The Lord of the Rings” ของ เจ. อาร์. อาร์. โทลคีน ถึงขั้นวาดภาพประกอบบรรยายหนังสือส่งไปให้กับผู้แต่ง ในนามแฝง “อิงกาฮิลด์ กราธแมร์” และภาพประกอบที่พระองค์วาด ได้ถูกนำมาตีพิมพ์ประกอบหนังสือชุดนี้ตั้งแต่ปี 1977
ควีนมาร์เกรเธอที่ 2 ยังทรงเป็นผู้ออกแบบฉาก เขียนบท รวมถึงแสดงในภาพยนตร์เรื่อง “De vilde svaner” (2009) และการแสดงบัลเลต์เรื่อง “Snedronningen” (2000) หรือ ราชินีหิมะ ซึ่งเป็นหนึ่งในบัลเลต์ที่มีชื่อเสียงของเดนมาร์กและถูกนำมาสร้างหลายครั้ง โดยในการแสดงรอบปฐมทัศน์สมเด็จพระราชินีเสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย พระบรมวงศานุวงศ์ ไปในการทอดพระเนตรการแสดงละครบัลเลต์เรื่องนี้เสมอ
ล่าสุดพระองค์ทรงร่วมเป็นทีมผู้สร้างภาพยนตร์ของ Netflix เรื่อง “Ehrengard: The Art of Seduction” (2023) ในฐานะผู้ออกแบบเครื่องแต่งกาย และออกแบบฉากด้วย
ในเรื่องแฟชันการแต่งตัวของพระองค์ก็ถือว่าโดดเด่นและมีความเป็นตัวของตัวเองสูง โดยพระองค์ไม่ได้สนใจว่าใครจะคิดอย่างไร ซึ่งนิตยสาร Vogue ของอังกฤษ ยกย่องให้พระองค์เป็น “An Unsung Style Heroine” หมายถึง ผู้ที่แต่งกายเพื่อความสุขของตนเอง โดยไม่ได้ต้องการคำชื่นชมจากผู้อื่น
พระองค์ยังเป็นกษัตริย์ที่ปรับตัวตามยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลง เมื่อปี 2022 พระองค์ทรงถอดพระยศพระราชนัดดา 4 พระองค์ ตามความตั้งใจที่ต้องการให้ราชวงศ์มีขนาดเล็กลง และใช้ภาษีประชาชนน้อยลง เป็นการปรับปรุงสถาบันกษัตริย์ให้เข้ากับยุคสมัย แม้จะมีคนที่ไม่เห็นด้วย และเป็นการตัดสินพระทัยที่ยากลำบาก แต่พระองค์ทรงเชื่อว่าจะเป็นการปกป้องสถาบันกษัตริย์ในระยะยาว ซึ่งก็ไม่ต่างอะไรจากการตัดสินพระทัยสละราชสมบัติในครั้งนี้ ที่สร้างความประหลาดใจให้พสกนิกร ที่หวังให้พระองค์ครองราชสมบัติต่อไป แต่พระองค์ยืนยันว่านี่เป็นเวลาที่เหมาะสมแล้วที่จะส่งต่อราชบัลลังก์ให้คนรุ่นต่อไป