รายงานระบุว่า หลังจากที่อิสราเอลได้ตรวจสอบรถบรรทุกสิ่งของช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมหลายร้อยคันที่ถูกส่งเข้าไปช่วยเหลือพลเรือนในฉนวนกาซา พบว่าในรายการสิ่งของทั้งหมด มีเครื่องกรองน้ำ เวชภัณฑ์ และเสาเต็นท์ เป็นหนึ่งในสิ่งที่อิสราเอลสกัดกั้นเอาไว้ รวมถึงสิ่งของบางอย่างที่พวกเขาพิจารณาว่ามีศักยภาพในการ "ใช้ประโยชน์ได้สองทาง" ทั้งด้านพลเรือนหรือทางทหาร เช่น ปุ๋ยที่สามารถนำมาใช้ทำระเบิดได้ เหล็กที่ใช้ในการผลิตจรวด และวัสดุสำหรับทำอุปกรณ์ขุดดิน
ขณะที่เรื่องนี้ถูกนำขึ้นมาเป็นประเด็นถกเถียงมากขึ้นเนื่องจากหลายฝ่ายมองว่าการทำสงครามของอิสราเอลคือสาเหตุที่ทำให้พลเรือนในกาซาจำนวนมากต้องพลัดถิ่น ทำให้เกิดการขาดแคลนอาหาร น้ำ ยารักษาโรค และสิ่งจำเป็นพื้นฐานอื่นๆ อย่างเฉียบพลัน
โดยเอกสารของสภาเสี้ยววงเดือนแดงของอียิปต์ ซึ่งมีขึ้นตั้งแต่กลางเดือนธันวาคม ระบุว่า เครื่องกรองน้ำ 1,200 เครื่อง ถังออกซิเจน 100 ถัง เครื่องกำเนิดออกซิเจน 1 เครื่อง อุปกรณ์พลังงานแสงอาทิตย์ 1,000 ชิ้น เครื่องกำเนิดไฟฟ้า 24 เครื่อง และเวชภัณฑ์ 418 ชิ้น ถูกอิสราเอลปิดกั้นเอาไว้นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้น ทำให้สิ่งของเหล่านี้ไม่เคยถูกส่งเข้าไปช่วยเหลือผู้คนในฉนวนกาซา
ส่วนแพทย์ในโรงพยาบาลของฉนวนกาซาก็ระบุในทิศทางเดียวกันว่าว่า อุปกรณ์ต่างๆ เช่น ถังออกซิเจน และเครื่องเอ็กซเรย์ ซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการอย่างมาก ยังไม่สามารถผ่านแดนเข้ามาได้ เพราะติดที่การตรวจสอบของอิสราเอล และเจ้าหน้าที่กระทรวงกิจการสังคมในฉนวนกาซา ระบุว่า มีเต็นท์ประมาณ 150 เต็นท์ที่ส่งมาถึงกาซา แต่กลับไม่มีเสาเหล็กที่ใช้กางเต๊นท์ส่งมาด้วย