ผู้เชี่ยวชาญชี้เดือนกรกฎาคม ร้อนที่สุดในประวัติศาสตร์
28 ก.ค. 2566 | piyarom

ท่ามกลางคลื่นความร้อนระอุในซีกโลกเหนือ ผู้เชี่ยวชาญชี้เดือนกรกฎาคม 2023 จะเป็นเดือนที่ร้อนที่สุดในประวัติศาสตร์
ต่างประเทศ
28 ก.ค. 2566 | piyarom

ท่ามกลางคลื่นความร้อนระอุในซีกโลกเหนือ ผู้เชี่ยวชาญชี้เดือนกรกฎาคม 2023 จะเป็นเดือนที่ร้อนที่สุดในประวัติศาสตร์
อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกในเดือนนี้ คาดว่าจะอุ่นกว่าเดือนกรกฎาคม ปี 2562 อย่างน้อย 0.2 องศาเซลเซียส ซึ่งเคยเป็นเดือนที่ร้อนที่สุดในบันทึกการสังเกตการณ์ในรอบ 174 ปี ตามข้อมูลของสหภาพยุโรป ที่คาดว่าเดือนกรกฎาคม 2563 จะสูงกว่าค่าเฉลี่ยก่อนยุคอุตสาหกรรม 1.5 องศาเซลเซียส ขณะที่องค์การอุตุนิยมวิทยาโลกแห่งสหประชาชาติ (U.N. World Meteorological Organization) หรือ WMO กับหน่วยงานติดตามการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศของสหภาพยุโรป "uropean Union's Copernicus Climate Change Service" หรือ C3S ระบุว่า "มีแนวโน้มสูงมากที่เดือนกรกฎาคม 2566 จะทำลายสถิติ
รายงานระบุว่า ดาวเคราะห์ดวงนี้อยู่ในช่วงเริ่มต้นของปรากฏการณ์เอลนีโญ ซึ่งเกิดจาก "น้ำอุ่นผิดปกติ" ในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันออก โดยทั่วไปแล้วเอล นีโญ จะส่งอุณหภูมิที่ร้อนขึ้นทั่วโลก โดยเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าจากภาวะโลกร้อน ที่เป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate change) ที่เกิดจากฝีมือมนุษย์ ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ระบุว่า สัปดาห์นี้มีบทบาทที่ "ท่วมท้นอย่างยิ่ง" ต่อคลื่นความร้อนจัดในเดือนกรกฎาคม
นักวิทยาศาสตร์ยังคาดด้วยว่า ปี 2563 (2023) หรือ ปี 2567 (2024) จะลงเอยด้วยการเป็นปีที่ร้อนจัดที่สุดเท่าที่เคยบันทึก แซงหน้าปี 2559 และเดือนกรกฎาคมของปีนี้ จะเป็นเดือนกรกฎาคมที่ร้อนจัดที่สุดของปี และเป็นเดือนที่ร้อนจัดที่สุดในประวัติศาสตร์
นายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ เตือนว่าโลกกำลังเข้าสู่ "ยุคของโลกที่เดือดพล่าน" ส่งผลกระทบต่อประชากรหลายสิบล้านคนในพื้นที่หลายส่วนของยุโรป, เอเชียและอเมริกาเหนือ จากการที่คลื่นความร้อนสูงผสมผสานกับไฟป่าที่รุนแรง อันเนื่องมาจากอิทธิพลของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยบอกว่านี่เป็นเพียงแค่เริ่มต้น และเรียกร้องให้เร่งการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ทำให้โลกร้อนโดยด่วน "ยุคของภาวะโลกร้อน" (global warming) ได้สิ้นสุดลงแล้ว "ยุคของภาวะโลกที่เดือดพล่าน" กำลังเข้ามาแทนที่ จากการที่อุณหภูมิโลกในช่วงสัปดาห์แรกๆ ของเดือนทำลายสถิติและมีแนวโน้มที่เดือนกรกฎาคม 2023 (2566) จะทำลายสถิติของทศวรรษหลังปี 1940 (2483)