เนชั่นทีวี

ต่างประเทศ

รมต.ต่างประเทศ ตำแหน่งนี้ของ "หวัง อี้" เท่านั้น

26 ก.ค. 2566

รมต.ต่างประเทศ ตำแหน่งนี้ของ "หวัง อี้" เท่านั้น

ในขณะที่ยังไม่มีคำตอบว่า "ฉิน กัง" หายไปไหน นับตั้งแต่ก่อนและหลังถูกปลดจากตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศ ที่เขาทำหน้าที่ได้เพียง 7 เดือน ขณะที่นักวิเคราะห์หลายคนชี้ว่า มีแต่ หวัง อี้ ที่เข้ามาแก้ไขสถานการณ์อันคลุมเครือนี้ได้

สำนักข่าวของทางการจีน "ซินหัว" (Xinhua) รายงานว่า คณะกรรมาธิการสามัญประจำสภาประชาชนแห่งชาติ (Standing Committee of the National People's Congress) ได้ลงมติเห็นชอบให้ "หวัง อี้" ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศ ในระหว่างการประชุมเมื่อวันอังคาร (25 มิถุนายน 2566) แทนฉิน กัง ที่ถูกปลด หลังไม่ได้ปรากฎตัวต่อสาธารณชนนานนับเดือน แต่ในระหว่างการเสนอข่าวเย็น สถานีโทรทัศน์ CCTV ก็ไม่ได้บอกเหตุผลหรือชี้แจงรายละเอียดใด ๆ 

ฉิน กัง วัย 57 ปี เพิ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศเมื่อเดือนธันวาคม และปรากฎตัวต่อสาธารณชนครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2566 ตอนที่เจรจากับรัฐมนตรีต่างประเทศของรัสเซีย, เวียดนามและศรีลังกา 

ไฮไลต์สำคัญในระหว่างการดำรงตำแหน่งของฉิน ที่อยู่ในรายงานของสื่อของทางการคือการพบปะกับ อังเดรย์ รูเดนโก รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศของรัสเซีย ที่ไปเยือนกรุงปักกิ่งในเวลาไม่ถึง 48 ชั่วโมง หลัง "แวกเนอร์" (Wagner) กองกำลังทหารรับจ้างเอกชน แข็งข้อต่อเหล่าผู้บังคับบัญชาระดับสูงของรัสเซียและพยายามบุกเข้ากรุงมอสโก แต่หลังจากนั้นจีนได้ยกเลิกการเจรจาระหว่างฉินกับ โจเซฟ บอร์เรล ผู้แทนระดับสูงด้านนโยบายต่างประเทศและความมั่นคงของสหภาพยุโรป เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2566 โดยไม่มีคำอธิบายใด ๆ 

นายหวัง อี้

ฉินยัง "พลาด" การประชุมหารือระดับสูงกับ เจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ และจอห์น แคร์รี ทูตพิเศษด้านสภาพภูมิอากาศของสหรัฐฯ ตามด้วยประกาศจากกระทรวงต่างประเทศว่า ฉินไม่สามารถไปร่วมการประชุมสุดยอดของสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN) ที่กรุงจาการ์ตา ด้วย "เหตุผลด้านสุขภาพ" ทำให้เกิดข้อสงสัยตั้งแต่ตอนนั้น เพราะฉินดูสุขภาพแข็งแรง แต่ความคิดเห็นเรื่องการหายตัวไปของเขาถูก "เซ็นเซอร์" ทั้งจากสื่อสังคมออนไลน์ของจีนและสื่อกระแสหลัก รวมทั้ง "South China Morning Post" ที่มีฐานอยู่ในฮ่องกง

แม้สภาประชาชนแห่งชาติ จะได้ชื่อว่าเป็นสถาบันนิติบัญญัติที่ทรงอำนาจสูงสุด แต่ก็เป็นที่รู้กันดีเช่นกันว่า สถานะที่แท้จริงคือ "สภาตรายาง" และคำสั่งปลดฉินก็น่าจะมาจากผู้มีอำนาจสูงสุด ที่มาจากการประชุมกรมการเมือง (Politburo) เมื่อวันจันทร์ (24 มิถุนายน 2566) ตอกย้ำกระแสคาดการณ์ที่ว่า "ฉินตกสวรรค์" หล่นจากทำเนียบลูกรักของผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์ (CCP) แล้ว 

ก่อนจะกลายเป็น "ดาวตก" ฉินเคยเป็น "ดาวรุ่ง" ที่พุ่งแรงของ CCP มาก่อน เขาเป็นชาวเทียนจินที่เข้าร่วมรัฐบาลตั้งแต่ปลายทศวรรษที่ 1980 ส่วนใหญ่มีบทบาทเกี่ยวข้องกับกิจการต่างประเทศ และได้ชื่อว่าเป็นคนที่ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ให้ความไว้วางใจการเลื่อนตำแหน่งของเขา เหนือกว่าตัวเก็งคนอื่นที่มีประสบการณ์มากกว่า อันดับแรกคือได้รับแต่งตั้งเป็นเอกอัครราชทูตไปประจำที่สหรัฐฯ ตามด้วยรัฐมนตรีต่างประเทศ ที่บ่งชี้ถึงระดับความไว้วางใจที่ประธานาธิบดีสีมีให้แก่เขา 

รมต.ต่างประเทศ ตำแหน่งนี้ของ "หวัง อี้" เท่านั้น

การใช้ภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว ทำให้เขาทำหน้าที่เป็นตัวแทนปกป้องจุดยืนด้านภูมิรัฐศาสตร์ของจีน ในวอชิงตัน ดีซี หลายครั้ง เช่นเดียวกับเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เขาก็สร้างชื่อเสียงจากการตอบคำถามยาก ๆ จากนักข่าวเช่นกัน และในช่วงไม่กี่ปีมานี้เขาถูกมองว่า เป็น "แบบอย่างที่อธิบาย" ว่าจีนหันเข้าหาแนวทางที่แข็งกร้าวดุดันมากขึ้น จนได้รับสมญาว่า "นักรบหมาป่า" (wolf warrior) ทางการทูต 

ในขณะที่ข่าวการหายตัวไปของเขายังไม่ได้รับคำตอบ ก็ยิ่งกระพือข่าวลือที่ว่าเขามีเรื่อง "งัดข้อ" ช่วงชิงอำนาจกับ หวัง อี้ ผู้อำนวยการสำนักคณะกรรมาธิการกิจการต่างประเทศ (director of the Chinese Communist Party Central Committee Foreign Affairs Commission) และข้อกล่าวหาเรื่องชู้สาวกับพิธีกรทีวี 

เวิน-ตี้-ซุง นักรัฐศาสตร์ประจำ "Australian Centre on China in the World" ของมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย (ANU) ให้ความเห็นว่า การกลับมาของหวัง อี้ มีกลิ่นของ "การเข้ามาจัดการชั่วคราว" เพื่อยุติเรื่องที่สร้างความกระอักกระอ่วนใจของประธานาธิบดีสี 

รมต.ต่างประเทศ ตำแหน่งนี้ของ "หวัง อี้" เท่านั้น

ในวัย 69 ปี ซึ่งต้องเกษียณไปแล้ว ตามมาตรฐานอายุขัยของตำแหน่งรัฐมนตรี และมักจะถูกนำขึ้นหิ้งไปอยู่ในกรมการเมือง ซึ่งซุงให้ความเห็นว่านี่คือสิ่งบ่งชี้ว่า หวัง อี้ แค่มาทำหน้าที่แทนชั่วคราว ก่อนจะมีการประกาศตัวผู้ดำรงตำแหน่งตัวจริง "การแต่งตั้งหวัง อี้ อาจเป็นข้อตกลงเฉพาะกาล ที่หมายถึงความไม่แน่นอนเกี่ยวกับผู้ดำเนินนโยบายต่างประเทศในระดับแนวหน้าของจีน แต่ในขณะที่ยังไม่แน่ชัดว่าเกิดอะไรขึ้นกับฉิน แต่การที่เขายังอยู่ในสภาแห่งรัฐ ก็พอจะสันนิษฐานได้ว่าเขายังได้รับการคุ้มครองทางการเมืองอยู่บ้าง พอเป็นสัญญาณได้ว่าฉินอาจจบอย่าง "มืออาชีพ" และ "ยังไม่ตาย" ทางการเมือง

การอ้างเหตุผลด้านสุขภาพถูกมองเป็น "สูตรสำเร็จ" ของการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเพื่ออธิบายการ "หายหน้าไป" ของเจ้าหน้าที่ระดับสูงและบุคคลสาธารณะที่ไม่ได้รับความนิยม ซึ่ง จา เอียน ชง อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ของ National University of Singapore ให้ความเห็นว่า ยิ่งไม่อธิบายก็ยิ่งทำให้เกิดคำถามมากขึ้น ทั้งยังตอกย้ำความคลุมเครือและความไม่แน่นอน แม้กระทั่งความเด็ดขาดในระบบการเมืองปัจจุบัน 

รมต.ต่างประเทศ ตำแหน่งนี้ของ "หวัง อี้" เท่านั้น

โจเซฟ ทอริเจียน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ที่สถาบันนานาชาติ (School of International Service) ของ "America University) ให้ความเห็นว่า ความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นเป็นการ "ซื้อเวลา" ในการดำเนินการให้เสร็จสิ้น เพื่อตัดสินใจว่าจะให้ฉิน "แลนด์ดิ้ง" อย่างรุนแรงหรือนุ่มนวล

แล้วทำไมต้องเป็น หวัง อี้ ...นอกจากเขาจะดำรงตำแหน่งมาก่อนแล้ว ตั้งแต่สมัยแรกของประธานาธิบดีสี เขาก็ยังได้ชื่อว่าเป็น "หัวหอก" ที่ต่อกรกับตะวันตกได้ถึงพริกถึงขิง จนตำแหน่งนี้ไม่มีใครเหมาะสมเท่าหวัง อี้ อีกแล้ว 

รมต.ต่างประเทศ ตำแหน่งนี้ของ "หวัง อี้" เท่านั้น