นอกจากการกระทบกระทั่งกันทั้งในทะเลจีนใต้และช่องแคบไต้หวันแล้ว ยังมีประเด็นอื่น ๆ ที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับจีน เขม็งเกลียวขึ้นเรื่อย ๆ รวมทั้งเรื่องที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ออกระเบียบข้อบังคับเพิ่มเติม เพื่อห้ามไม่ให้มีการจัดส่งเซมิคอนดักเตอร์สำหรับปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเครื่องมือการผลิตชิปของสหรัฐฯ ไปยังจีน, การที่นางแนนซี เพโลซี อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ไปเยือนไต้หวัน ในขณะที่ยังอยู่ในตำแหน่ง, กรณีบอลลูนสอดแนมของจีนล่วงล้ำเข้าไปในน่านฟ้าของสหรัฐฯ และกรณีล่าสุดที่ประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน ของไต้หวันแวะสหรัฐฯ และได้พบกับนายเควิน แมคคาร์ธีย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎรคนปัจจุบัน ไปต้อนรับและหารือร่วมกับสมาชิกนิติบัญญัติของทั้งพรรครีพับลิกันและเดโมแครต
และแทนที่การประชุม SLD ที่สิงคโปร์ จะเป็นโอกาสและช่องทางให้ทั้งสองฝ่ายได้มีโอกาสปรับความเข้าใจและฟื้นฟูความสัมพันธ์กัน แต่โอกาสนั้น "ถูกปิดลงอย่างสิ้นเชิง" หลังจากจีนปฏิเสธข้อเสนอของสหรัฐฯ ที่จะให้มีการพบปะกันระหว่างนายลอยด์ ออสติน รัฐมนตรีกลาโหมของสหรัฐฯ กับพลเอกหลี่ ฉางฟู่ รัฐมนตรีกลาโหมคนใหม่ของจีน นอกรอบการประชุม โดยจีนยื่นคำขาดว่าสหรัฐฯ ต้องยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรพลเอกหลี่ ที่บังคับใช้มาตั้งแต่ปี 2561 เนื่องจากมีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแลการซื้ออาวุธจากรัสเซีย และสหรัฐฯ ยืนยันที่จะไม่ยกเลิกง่าย ๆ ส่วนเรื่องที่จีนยอมให้มีการเจรจา กระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ มองว่าการตัดสินใจของจีนเป็น "ความไม่เต็มใจ" ที่จะมีส่วนร่วมในการหารือด้านการทหาร