จากเหตุการณ์ น้ำท่วม ในพื้นที่ห่างไกลบนภูเขาของจังหวัดคิวูใต้ สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ซึ่งกระแสน้ำได้พัดถล่มหมู่บ้านเมื่อ 5 วันก่อน ทำลายบ้านเรือน พืชผลทางการเกษตร และคร่าชีวิตผู้คนกว่า 400 ราย และยังคงมี ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น นับเป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ล่าสุดของคองโก
ล่าสุด กลุ่มผู้รอดชีวิตยังคงพยายามใช้จอบขุดลงไปในโคลนที่ไหลทะลักทับถมเข้าไปถึงประตูบ้าน เพื่อค้นหาร่างของสมาชิกในครอบครัวที่ยังสูญหาย ขณะที่ผู้บริหารท้องถิ่นเปิดเผยว่า ยังมีประชาชนอีกมากกว่า 5,500 คนที่ยังไม่ได้รับการยืนยันว่าปลอดภัยหรือเสียชีวิต
พื้นที่โดยรอบหมู่บ้านที่ได้รับผลกระทบ ถูกทับถมด้วยก้อนหินและดินโคลน ทั้งยังมีกลิ่นเหม็นของซากศพลอยมาจากพื้นดิน คนไร้บ้านจำนวนมากต้องหลบภัยอย่างแออัดในอาคารสาธารณะที่รอดจากการพังถล่ม และเผชิญกับสุขอนามัยที่ย่ำแย่ ขณะที่เจ้าหน้าที่รัฐบาลเร่งนำผ้าห่ม อาหาร รวมถึงโลงศพเข้าไปบริจาค พร้อมกับเงินเยียวยาครอบครัวละ 1,100 ดอลลาร์
ความเสียหายครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นถึงความเปราะบางต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในหลายพื้นที่ของแอฟริกา ซึ่งมีการวางผังเมืองและโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่แข็งแรง ทำให้ชุมชนส่วนใหญ่ไม่สามารถรับมือต่อภัยพิบัติที่รุนแรงได้