ส่วนท่อส่งน้ำมันในเมียนมา ที่รัสเซียใช้ขนน้ำมันดิบส่งไปให้จีนนั้น เป็นท่อส่งที่ดำเนินการโดย China National Petroleum Corp เป็นบริษัทแม่ของ PetroChina ซึ่งมีหุ้นส่วนในธุรกิจท่อส่งน้ำมันนี้ 50.9% ส่วนที่เหลือเป็นของ Myanmar Oil and Gas Enterprise (MOGE) ที่รัฐบาลทหารเมียนมาเป็นเจ้าของ โดยบริษัทแห่งนี้ก็เพิ่งถูกสหภาพยุโรปคว่ำบาตรไปเมื่อต้นปีที่แล้ว
MOGE เป็นบริษัทที่สร้างรายได้ให้รัฐบาลทหารเมียนมามากที่สุด จากหลักฐานของหลายบริษัทในอังกฤษที่ข้องเกี่ยวกับอุตสาหกรรมก๊าซในเมียนมา พบว่า Burma Campaign UK องค์กรภาคเอกชนในอังกฤษที่พุ่งเป้าฟื้นฟูสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานและประชาธิปไตยในเมียนมา ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลอังกฤษคว่ำบาตร MOGE เสีย
ส่วน Justice For Myanmar (JFM) กลุ่มนักเคลื่อนไหวที่เฝ้าจับตาธุรกิจของรัฐบาลทหารเมียนมา ก็เรียกร้องให้หลายรัฐบาล รวมถึงสหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น คว่ำบาตร MOGE ด้วยเช่นกัน เพราะจะช่วยตัดเส้นทางทำเงินของรัฐบาลทหารเมียนมา จะได้ไม่มีงบมาจัดซื้ออาวุธก่อเหตุรุนแรงสังหารพลเรือนอีก
ในช่วงที่เมียนมาอยู่ภายใต้การนำของรัฐบาลชุดก่อน ความสัมพันธ์ระหว่างเมียนมากับรัสเซีย ถูกจำกัดอยู่แค่การซื้อขายอาวุธและการส่งเจ้าหน้าที่กองทัพเมียนมาไปฝึกที่สถาบันและมหาวิทยาลัยในรัสเซียเท่านั้น แต่นับจากเกิดเหตุรัฐประหารเมื่อปี 2021 รัสเซียก็กลายเป็นผู้จัดหาอาวุธรายหลักให้เมียนมาทันที และยังขยายความร่วมมือครอบคลุมไปหลายภาคส่วน ตั้งแต่ด้านการทูตไปจนถึงการค้าและพลังงาน
พลเอกอาวุโส มินอ่องหล่าย ผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา ยืนยันจะสร้างเสริมสัมพันธภาพและความร่วมมือกับรัสเซีย เขายังได้พบปะกับประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย เป็นครั้งแรกเมื่อเดือนกันยายน ปี 2022 ระหว่างเดินทางเยือนรัสเซีย