แต่นักวิเคราะห์จากมหาวิทยาลัยโคลัมเบียในนิวยอร์ก ยังสงสัยเรื่องแนวโน้มสันติภาพที่จีนกับยูเครนพูดถึง เพราะแถลงการณ์จากฝั่งจีน ไม่ได้เรียกร้องให้รัสเซียถอนการยึดครองพื้นที่ยูเครน หรือตราหน้ารัสเซียว่าเป็นผู้บุกรุก และยังอ้างถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นว่า เป็นแค่วิกฤติปัญหา แทนที่จะใช้คำว่า สงคราม
ส่วนนักวิเคราะห์จากฝั่งสหรัฐอีกคน ก็มองตรงกันว่า แถลงการณ์จากจีน ไม่ได้อ้างถึงว่า ให้กองทัพรัสเซียต้องถอนทหารออกไป ซึ่งถือเป็นหลักใหญ่ใจความสำคัญ ถ้าไม่ทำตรงนี้ให้สำเร็จ ก็คงยุติสงครามไม่ได้ และมีแนวโน้มว่า การตัดสินใจต่างๆ คงทำตามหน้างานอีกเช่นเคย
ด้านโฆษกกระทรวงต่างประเทศรัสเซีย ก็ชื่นชมที่จีนมีความพร้อมจะจัดการเจรจาสันติภาพ แต่ดูเหมือนว่า ยูเครนน่าจะไม่ยอมร่วมมือด้วย
ขณะที่โฆษกสภาความมั่นคงแห่งชาติประจำทำเนียบขาว ก็มองว่า การคุยกันระหว่างผู้นำจีนและยูเครน นับเป็นพัฒนาการในเชิงบวก โดยที่สีจิ้นผิง ต้องรับฟังทัศนคติของยูเครนบ้าง ในประเด็นการบุกรุกเข้ามาอย่างผิดกฎหมาย
มีการคาดหมายมานานหลายสัปดาห์แล้วว่า ผู้นำจีนกับยูเครนจะโทรศัพท์คุยกัน หลังจีนเสนอมา 12 ข้อเพื่อยุติการสู้รบ แม้ว่าจะไม่ได้ระบุรายละเอียดมากเท่าใดนัก และจนบัดนี้ ทั้งรัสเซียและยูเครน ก็ยังห่างไกลจากคำว่า สันติภาพ
รัสเซียต้องการให้ยูเครนยอมรับการที่รัสเซียผนวกรวมคาบสมุทรไครเมีย และอีกหลายพื้นที่ของยูเครน ทั้ง Donetsk, Kherson, Luhansk และ Zaporizhzhia ทั้งที่ประเทศส่วนใหญ่ทั่วโลกมองว่า มันคือสิ่งผิดกฎหมาย ขณะที่ยูเครนก็ปฏิเสธการเจรจากับรัสเซียจนกว่ารัสเซียจะยอมถอนกำลังออกจากพื้นที่ยึดครองทั้งหมด