สองประเทศยังจะสร้างกลุ่ม Nuclear Consultative Group เพื่อหารือประเด็นนิวเคลียร์และการวางแผนทางยุทธศาสตร์
บรรดานักการเมืองในเกาหลีใต้ ผลักดันมานาน ให้สหรัฐเข้ามาเกี่ยวข้องมากขึ้น ในแผนการที่จะใช้อาวุธนิวเคลียร์ต่อเกาหลีเหนืออย่างไรและเมื่อใด
เกาหลีเหนือพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ได้มีขนาดใหญ่ขึ้นและซับซ้อนขึ้น สร้างความวิตกว่า สหรัฐอาจเมินเฉยในเรื่องนี้ จึงมีเสียงเรียกร้องให้เกาหลีใต้พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของตัวเองขึ้นมาบ้าง และนี่อาจเป็นชนวนให้สหรัฐต้องโดดเข้ามาแก้ปัญหานี้ด้วยตนเอง
เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ประธานาธิบดี ยุน ของเกาหลีใต้ ได้สร้างความตื่นตัวให้แก่บรรดาผู้กำหนดนโยบายของสหรัฐ จากการที่เขาเป็นประธานาธิบดีเกาหลีใต้คนแรกที่นำแนวคิดพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์กลับขึ้นมาพิจารณาอีกในรอบหลายสิบปี
ทำให้สหรัฐต้องออกมายืนยันชัดเจนและโน้มน้าวให้เห็นว่า แนวคิดนี้ใช้ไม่ได้อีกต่อไป ซึ่งถ้าสหรัฐดึงเกาหลีใต้ให้ถอยห่างจากการสร้างอาวุธนิวเคลียร์ได้ สหรัฐก็จะเสนอทางเลือกอื่นเป็นการชดเชย ส่วนการเยือนสหรัฐหนนี้ ผู้นำเกาหลีใต้ ก็คาดหวังว่า เขาจะไม่กลับประเทศแบบมือเปล่าแน่นอน ซึ่งก็คือโน้มน้าวให้สหรัฐเข้ามาข้องเกี่ยวกับการรับมือเกาหลีเหนือให้มากขึ้นตามที่เกาหลีใต้ร้องขอ แต่คำถามคือ แล้วสาธารณชนเกาหลีใต้จะคลายความวิตกไปได้บ้างมั้ย?
ซึ่งถึงแม้สหรัฐจะไม่ได้ลงนามเป็นเรื่องเป็นราวว่า จะใช้อาวุธนิวเคลียร์ช่วยเกาหลีใต้ หากถูกเกาหลีเหนือโจมตี แต่แผนการส่งเรือดำน้ำติดอาวุธพลังงานนิวเคลียร์มายังเกาหลีใต้ เป็นครั้งแรกในรอบ 40 ปี ก็หมายความได้ว่า สหรัฐพยายามจะรับผิดชอบเรื่องนี้อย่างจริงจัง
แต่ในทางกลับกัน สหรัฐก็ต้องการให้เกาหลีใต้ยังคงเป็นประเทศปลอดนิวเคลียร์ต่อไป และมีจุดยืนไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ ที่สหรัฐต้องทำเช่นนี้ เพราะเกรงว่า ถ้าปล่อยให้เกาหลีใต้พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ได้ ชาติอื่นก็อาจทำตามเช่นกัน
แต่ก็ยังไม่ชัดเจนว่า ข้อตกลงทั้งหมดนี้จะส่งผลได้มากน้อยเพียงใด เพราะตอนนี้ เริ่มมีเสียงจากบรรดานักวิชาการ นักวิทยาศาสตร์และสมาชิกพรรครัฐบาลเกาหลีใต้มากขึ้นเรื่อยๆ ดันให้เกาหลีใต้พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ด้วยตัวเอง