กลุ่มเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ
กลุ่มเสี่ยงสำคัญที่สุดคือเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี โดยเฉพาะทารกและเด็กเล็กที่ระบบภูมิคุ้มกันยังพัฒนาไม่เต็มที่ รวมถึงเด็กที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือผู้ที่เคยผ่าตัดม้ามออก ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อรุนแรงมากกว่าคนทั่วไป
อย่างไรก็ตาม โรคกาฬหลังแอ่นสามารถ “รักษาได้” หากตรวจพบเร็วและให้ยาปฏิชีวนะอย่างเหมาะสมภายในช่วงเวลาอันสั้น โดยเฉพาะภายใน 6 ชั่วโมงแรก จะช่วยลดความรุนแรงและเพิ่มโอกาสรอดชีวิตได้อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งความสำเร็จในการรักษาที่ผ่านมาของสถาบันฯ ก็เกิดจากการวินิจฉัยที่รวดเร็วและการเฝ้าระวังอย่างมีประสิทธิภาพ
แนวทางการป้องกันและวัคซีน (Prevention & Vaccination)
ในด้านการป้องกัน ผู้ปกครองควรให้ความสำคัญกับสุขอนามัยพื้นฐาน เช่น ล้างมือสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงการพาเด็กไปในสถานที่แออัด และไม่ใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น
ขณะเดียวกัน ปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันโรคที่ครอบคลุมหลายสายพันธุ์ ทั้งกลุ่ม A, C, W, Y ซึ่งสามารถฉีดได้ตั้งแต่อายุ 1 ปีขึ้นไป และมักแนะนำในผู้ที่ต้องเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยง เช่น ทวีปแอฟริกา หรือผู้ที่ไปศึกษาต่อต่างประเทศ รวมถึงวัคซีนกลุ่ม B ที่สามารถให้ได้ตั้งแต่อายุ 2 เดือนขึ้นไป โดยเฉพาะในเด็กกลุ่มเสี่ยงสูง