การวิ่งมาราธอนหรือรายการวิ่งระยะไกลไม่ใช่แค่บททดสอบความอึดของร่างกาย แต่ยังเป็นบททดสอบการตัดสินใจของนักวิ่งในช่วงเวลาที่อ่อนล้ามากที่สุด โดยเฉพาะช่วงใกล้เส้นชัยที่หลายคนเลือก “เร่งสุดแรง” เพื่อทำเวลาให้ดีที่สุด ทั้งที่ร่างกายอาจส่งสัญญาณเตือนมาแล้วโดยไม่รู้ตัว
ข้อมูลจากกรมควบคุมโรคสะท้อนภาพที่น่ากังวลว่า เหตุการณ์หมดสติหรือเสียชีวิตในงานวิ่งไม่ได้เกิดขึ้นแบบสุ่ม หากแต่มีรูปแบบที่ชัดเจน และส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นในช่วงท้ายของการแข่งขัน
สถิติที่นักวิ่งไม่ควรมองข้าม
จากการรวบรวมข้อมูลงานวิ่งกว่า 5,250 งาน ระหว่างปี 2565-2568 พบเหตุการณ์หมดสติหรือเสียชีวิตรวมหลายสิบราย โดยเฉพาะในปี 2568 ที่พบเหตุสลดถึง 14 ราย และมีผู้เสียชีวิตถึง 4 ราย สถิติเหล่านี้ชี้ชัดว่า ความเสี่ยงไม่ได้จำกัดอยู่แค่นักวิ่งมือใหม่ แต่มักเกิดกับผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำและมีความมั่นใจในสมรรถภาพของตัวเอง
ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า เหตุการณ์ส่วนใหญ่มักเกิดในช่วง Quarter 4 หรือระยะใกล้เข้าเส้นชัย ซึ่งเป็นช่วงที่ร่างกายอ่อนล้าสูงสุด แต่จิตใจกลับผลักดันให้เร่งความเร็วเพื่อทำลายสถิติเดิม ความไม่สมดุลระหว่างสภาพร่างกายกับแรงฮึดในช่วงสุดท้าย กลายเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่นำไปสู่ภาวะหมดสติหรืออันตรายร้ายแรง